⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 211/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2516

ป.อาญา ม.33 · พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.69

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และการใช้ยานพาหนะเป็นอุปกรณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมาย และยานพาหนะที่ใช้เป็นอุปกรณ์ในการกระทำความผิดต้องถูกริบ

ย่อคำพิพากษา

ไม้ของกลางเป็นไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูปและไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับไว้ จำเลยรู้อยู่แล้วว่ามีผู้ตัดฟันโดยไม่ชอบ ยังนำมาไว้ในความครอบครองของจำเลย อันเป็นความผิดฐานเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามมาตรา11, 69, 70, 73แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เมื่อจำเลยมีไม้หวงห้ามดังกล่าวไว้โดยมิได้รับอนุญาต ด้วยการใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้ดังกล่าวมา อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69ย่อมเป็นการใช้รถยนต์ของกลางเป็นอุปกรณ์เพื่อให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 69 และมาตรา 74 ทวิ โดยตรงอยู่แล้ว จึงต้องริบรถยนต์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้เต็ง ๒ ท่อน ปริมาตรเนื้อไม้ ๐.๑๖ ลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. บัญชีที่ ๒ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. ๒๕๐๕ และเป็นไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป ซึ่งมีผู้ตัดฟันชักลากออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไว้ในความครอบครองของจำเลย โดยจำเลยรู้แล้วว่าเป็นไม้หวงห้ามที่มีผู้ตัดฟันชักลากออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับไว้ และจำเลยไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าได้ไม้นั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วจำเลยได้นำไม้หวงห้ามนี้พาเคลื่อนที่ไปจากป่าเข้ามาไว้ในความครอบครองของจำเลยโดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้หวงห้ามดังกล่าวและรถยนต์ ๑ คันที่จำเลยใช้กระทำผิดโดยใช้เป็นยานพาหนะบรรทุกไม้ดังกล่าวออกจากป่ามาไว้ในความครอบครองของจำเลยเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๖๙ ริบไม้และรถยนต์ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ ลงโทษปรับ ไม้ของกลางให้ริบ ส่วนคำขอให้ริบรถยนต์ของกลางให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียวขอให้ริบรถยนต์ของกลาง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๗๔ ทวิ โดยชัดแจ้ง จึงต้องริบตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๗๖/๒๕๐๖พิพากษาแก้ให้ริบรถยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ไม้ของกลาง ๒ ท่อนเป็นไม้หวงห้ามและจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามีผู้ตัดฟันโดยไม่ชอบ แล้วจำเลยนำมาไว้ในความครอบครองของจำเลยจริง อันเป็นความผิดฐานเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑, ๖๙, ๗๐, ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ทั้งฟังได้ต่อไปว่าวันเกิดเหตุเวลา ๑ ทุ่มเศษ จำเลยถูกจับพร้อมกับไม้ของกลางที่อยู่ในรถยนต์ของกลาง จำเลยมีไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับไว้ โดยมิได้รับอนุญาต ด้วยการใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้ดังกล่าวมาในคืนเกิดเหตุอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๖๙ เมื่อจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา ๖๙ ฐานมีไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตด้วยการใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้หวงห้ามดังกล่าวมาย่อมเป็นการใช้รถยนต์ของกลางเป็นอุปกรณ์เพื่อให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา ๖๙ และมาตรา ๗๔ ทวิ โดยตรงอยู่แล้ว จึงต้องริบรถยนต์ของกลาง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2516 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นางฮวย เอี่ยมศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นางฮวย เอี่ยมศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายอุดม เดชอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1240/2537ฎีกา 245/2505ฎีกา 928/2548ฎีกา 3724/2561ฎีกา 3304/2563ฎีกา 70/2510ฎีกา 250/2564ฎีกา 14743/2558ฎีกา 11925/2556ฎีกา 255/2503ฎีกา 1281/2517ฎีกา 5935/2537ฎีกา 4186/2536ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7826/2560ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4418/2548ฎีกา 7998/2561ฎีกา 7196/2554ฎีกา 125/2532ฎีกา 13379/2555ฎีกา 4230/2563ฎีกา 21848/2555ฎีกา 9275/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา