คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171-2172/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับอายุความหนึ่งปีตามกฎหมายว่าด้วยเช็ค จะไม่นับวันแรกที่เช็คถึงกำหนดรวมเข้าในการคำนวณอายุความ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ทรงเช็คฟ้องผู้สั่งจ่ายให้ชำระเงินตามเช็ค กฎหมายห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันเช็คถึงกำหนด การนับระยะเวลาในกรณีนี้จะนับวันแรกรวมคำนวณเข้าในอายุความหนึ่งปีด้วยหาได้ไม่ เพราะไม่ได้เริ่มการอะไรในวันนั้น เช็คที่ถึงกำหนดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2511ฟ้องคดีวันที่ 20 พฤศจิกายน 2512 และที่ถึงกำหนดวันที่ 27 พฤศจิกายน2511 ฟ้องคดีวันที่ 27 พฤศจิกายน 2512 ฟ้องทั้งสองสำนวนนี้ยังไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๑ จำเลยออกเช็คลงวันที่๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ สั่งจ่ายเงินชำระหนี้ให้แก่ร้านศิริชัยสามฉบับต่อมานายช่อ แซ่โง้วเจ้าของร้านศิริชัยได้นำเช็คสามฉบับนี้มอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ ครั้นวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ โจทก์ได้นำเช็คทั้งสามฉบับเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ชำระเงินตามเช็คกับดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ได้ออกเช็คทั้งสามฉบับเพื่อชำระค่าสิ่งของล่วงหน้าให้แก่นายเทียมเฮง แซ่อึ้ง หรือ อึ้ง แต่นายเทียมเฮงผิดนัดผิดสัญญาไม่ส่งของให้จำเลย จำเลยจึงอายัดเช็คทั้งสามฉบับไว้ต่อธนาคาร โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ได้รับเช็คมาโดยเจตนาจะฉ้อฉลจำเลย คดีของโจทก์ขาดอายุความ
สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ สั่งจ่ายเงินชำระหนี้ให้แก่ร้านศิริชัยหนึ่งฉบับ ต่อมานายชอ แซ่โง้ว เจ้าของร้านศิริชัยได้มอบเช็คฉบับนี้ให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ ครั้นวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๑โจทก์ได้นำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ชำระเงินตามเช็คกับดอกเบี้ย
จำเลยให้การทำนองเดียวกับคำให้การในสำนวนแรก
ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนแล้ว คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับเช็คมาโดยฉ้อฉล และฟ้องไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามเช็คทั้งสี่ฉบับแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับโอนเช็คไว้ด้วยคบคิดกับบุคคลอื่นเพื่อฉ้อฉลจำเลย ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องขาดอายุความ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยออกเช็ครายพิพาทลงวันที่ ๒๐พฤศจิกายน ๒๕๑๑ สามฉบับ ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องเป็นสำนวนแรกเมื่อวันที่ ๒๐พฤศจิกายน ๒๕๑๒ กับจำเลยได้ออกเช็ครายพิพาทลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน๒๕๑๑ หนึ่งฉบับ ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องเป็นสำนวนหลังเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน๒๕๑๒ ศาลฎีกาเห็นว่า การนับระยะเวลาในเรื่องนี้เป็นปี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๕๘ บัญญัติว่า มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมคำนวณเข้าด้วย เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเอง ตั้งแต่เวลาอันเป็นกำหนดเริ่มทำการงานกันตามประเพณี กรณีจะนับวันแรกรวมคำนวณเข้าในอายุความหนึ่งปีด้วยหาได้ไม่เพราะไม่ได้เริ่มการอะไรในวันนั้น เช็คสามฉบับแรกจึงต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ เช็คฉบับหลังเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ เมื่อนับโดยนัยเช่นว่านี้แล้ว ฟ้องทั้งสองสำนวนยังไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171 - 2172/2516
นายวินัย ชำนิจ โดยนายปราโมทย์ ชาติทอง ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายปรีชา ทรัพย์ศิรินทร์ จำเลย
นายวินัย ชำนิจ โดยนายปราโมทย์ ชาติทอง ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายปรีชา ทรัพย์ศิรินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวินัย ชำนิจ โดยนายปราโมทย์ ชาติทอง ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายปรีชา ทรัพย์ศิรินทร์ · โจทก์ - นายวินัย ชำนิจ โดยนายปราโมทย์ ชาติทอง ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายปรีชา ทรัพย์ศิรินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเจริญ น้อยพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา