คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลหลายคนที่มีเจตนาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสี่จับกุมผู้ตายทั้งสามคนในข้อหาลักโค ต่อมาจำเลยทั้งสี่นำตัวผู้ตายทั้งสามไปเพื่อผลักตกหน้าผาให้ถึงแก่ความตายเมื่อไปถึงบริเวณลานจอดรถห่างหน้าผาเพียง 2 เส้น จำเลยที่ 1ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นำผู้ตายทั้งสามไปที่หน้าผาทีละคนจำเลยที่ 1 รออยู่บริเวณลานจอดรถนั้นเอง โดยจำเลยทั้งสี่มีเจตนาร่วมกันที่จะฆ่าผู้ตายทั้งสาม เมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ผลักผู้ตายทั้งสามตกหน้าผาตายทีละคนแล้ว จำเลยทั้งสี่ก็พากันกลับพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันฆ่าผู้ตายทั้งสามโดยวางแผนไว้ล่วงหน้า การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายทั้งสามโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันจับกุมตัวนายฤกษ์ พลคำ นายสมบูรณ์คำใสและนายมี สายจันทร์ ไป ต่อมาจำเลยร่วมกันใช้เชือกมัดแขนนายสมบูรณ์ไพล่หลัง แล้วจำเลยร่วมกันนำนายสมบูรณ์ นายมี และนายฤกษ์ไปที่หน้าผาเขาพระวิหาร แล้วร่วมกันผลักบุคคลทั้งสามตกหน้าผาโดยเจตนาฆ่าให้ตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยกระทำทารุณโหดร้ายบุคคลทั้งสามได้ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ และริบเชือกของกลาง
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔), ๘๓ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ และให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔มีกำหนดคนละ ๒๐ ปี และริบเชือกของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๕) ด้วย และขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๔)(๕)
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๓ ให้วางโทษประหารชีวิตเช่นจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยทุกคนให้การชั้นสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุมีประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้จำเลยทุกคนคนละหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ประกอบมาตรา ๕๒ (๑) และมาตรา ๓ ที่เป็นคุณแก่จำเลย คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทุกคนไว้ตลอดชีวิตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาว่ายังไม่มีเหตุอันควรลดโทษให้จำเลยทั้งสี่
จำเลยทั้งสี่ฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสี่กับพวกได้ทำการจับกุมนายสมบูรณ์นายฤกษ์ นายมีในข้อหาว่าลักโค ต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันนำบุคคลทั้งสามนี้ไปเพื่อผลักตกหน้าผาบริเวณเขาพระวิหารให้ถึงแก่ความตาย เมื่อไปถึงบริเวณลานจอดรถห่างหน้าผาเขาพระวิหารเพียง ๒ เส้น จำเลยที่ ๑ ก็ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นำบุคคลทั้งสามไปที่บริเวณหน้าผาทีละคน จำเลยที่ ๑ รออยู่บริเวณลานจอดรถนั้นเอง โดยจำเลยทั้งสี่มีเจตนาร่วมกันที่จะฆ่าบุคคลทั้งสามเมื่อจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ผลักบุคคลทั้งสามดังกล่าวตกหน้าผาตายทีละคนแล้วจำเลยทั้งสี่ก็พากันกลับ พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันฆ่าบุคคลทั้งสามนี้โดยวางแผนไว้ล่วงหน้า การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าบุคคลทั้งสามนี้โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้จำเลยทั้งสี่นั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2516
พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
จ่าสิบตำรวจวรชาติ ชาติศรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจวรชาติ ชาติศรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา