คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก แม้ทรัพย์สินนั้นจะปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่จำนองก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่มิใช่เจ้าของทรัพย์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะนำทรัพย์นั้นไปจำนอง
แม้เอกสารต่อท้ายสัญญาจำนองจะมีข้อความระบุว่าผู้จำนองได้จำนองสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้ปลูกสร้างขึ้นภายหลังจำนองด้วย ข้อความดังกล่าวก็ย่อมหมายถึงสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จำนองเท่านั้น ไม่รวมถึงทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอกด้วย ผู้รับจำนองจึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายสิ่งปลูกสร้างของบุคคลภายนอกซึ่งได้ปลูกสร้างไว้บนที่ดินของผู้จำนอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดโรงงานหีบฝ้าย ๑ โรง โกดังเก็บฝ้าย ๑ โรงของจำเลยที่ ๑ เพื่อบังคับคดีชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาก่อนถึงวันขายทอดตลาด ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมา ในคดีแพ่งแดงที่ ๗๐๖/๒๕๑๓ ระหว่างธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ บริษัทกอุพาณิชานนท์ จำกัด ที่ ๑ นายปัญญา กอุพาณิชานนท์ ที่ ๒ นางลัง รักจันทึก ที่ ๓ จำเลยซึ่งศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่ผู้ร้อง แต่จำเลยทั้งสามยังมิได้ชำระ ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยที่ ๑ปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยที่ ๓ ในสำนวนที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ โดยจำเลยที่ ๓ ได้จดทะเบียนจำนองไว้กับผู้ร้องเป็นการจำนองรวมจึงขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙
ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ โจทก์แถลงรับว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดดังผู้ร้องอ้างจริง แต่ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดมีภายหลังที่จำเลยได้ทำจำนองกับผู้ร้อง จึงไม่ผูกพันผู้ร้องที่จะเรียกเอาก่อนโจทก์
ศาลชั้นต้นสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนอง จึงมีบุริมสิทธิเหนือกว่าในอันจะได้รับชำระหนี้ก่อน อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์โต้เถียงว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดมีขึ้นภายหลังที่จำเลยทำสัญญาจำนองกับผู้ร้อง เท่ากับว่าไม่มีการจำนองทรัพย์ที่โจทก์นำยึด ถ้าเป็นจริงผู้ร้องก็ไม่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิสมควรให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนว่าทรัพย์ทั้งสองรายการนี้มีขึ้นภายหลังหรือไม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและสั่งใหม่ตามรูปคดี
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โรงหีบฝ้ายกับโกดังเก็บฝ้ายที่โจทก์นำยึดเป็นของบริษัทกอุพาณิชานนท์ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์และผู้ร้อง นางลัง รักจันทึก เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องได้จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้กับผู้ร้อง ทรัพย์ทั้งสองรายการดังกล่าวปลูกอยู่บนที่ดินของนางลังซึ่งจำนองไว้กับผู้ร้อง แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อนางลังมิใช่เจ้าของทรัพย์ ๒ รายการดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิที่จะนำไปจำนองผู้ร้อง แม้เอกสารต่อท้ายสัญญาจำนองจะมีข้อความระบุว่าผู้จำนองได้จำนองสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้ปลูกสร้างขึ้นภายหลังจำนองก็ตาม ข้อความในเอกสารดังกล่าวก็หมายถึงสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จำนองเท่านั้น หารวมทั้งทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอกไม่ สัญญาจำนองซึ่งนางลังจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้กับผู้ร้อง จึงไม่รวมถึงโรงหีบฝ้ายและโกดังเก็บฝ้ายรายพิพาท และเมื่อไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำนอง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทรัพย์ ๒ รายการนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521/2516
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. เจริญชัย โดยนายชวลิต จิตติมาพร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
บริษัท กอุพาณิชานนท์ จำกัด โดยนายปัญญา กอุพาณิชานนท์ ที่ 1
นายปัญญา กอุพาณิชานนท์ ที่ 2 จำเลย
ธนาคารกรุงไทย จำกัด ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. เจริญชัย โดยนายชวลิต จิตติมาพร ผู้รับมอบอำนาจ · 1 - บริษัท กอุพาณิชานนท์ จำกัด โดยนายปัญญา กอุพาณิชานนท์ ที่ · จำเลย - นายปัญญา กอุพาณิชานนท์ ที่ 2 · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รื่น วิไลชนม์ · เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิถี ปานะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา