⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2786/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2786/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การร้องขอให้ถอนการยึดหรือให้งดการขายทอดตลาดภายหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 264 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง * การงดการบังคับคดีตามมาตรา 293 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้ และการงดการบังคับคดีไว้ไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 264 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นบทบัญญัติถึงวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เมื่อคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใด และที่จำเลยร้องขอให้ถอนการยึดหรือให้งดการขายทอดตลาดไว้เพื่อรอฟังผลของคดีอื่น ก็มิใช่เป็นวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษาคำร้องขอของจำเลย จึงไม่เข้ามาตรา 264แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสองศาลจะมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ต่อเมื่อได้พิจารณาเหตุผล2 ประการประกอบกันคือพิจารณาว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตาม คำพิพากษามีเหตุฟังได้ประการหนึ่ง และพิจารณาว่าถ้างดการบังคับคดีไว้ไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอีกประการหนึ่ง ดังนั้น แม้จะฟังว่าการงดการบังคับคดีไว้ไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาศาลก็จะสั่งให้งดบังคับคดียังไม่ได้ ศาลจะต้องพิจารณาว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้หรือไม่เสียก่อน หากไม่มีเหตุฟังได้ก็จะไม่สั่งให้งดการบังคับคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดมอเตอร์ของจำเลยตามคำสั่งของศาลชั้นต้นเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร้องว่าจำเลยทั้งสองได้ยื่นฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๖/๒๕๑๕ ซึ่งหากจำเลยชนะคดีก็จะหักกลบลบหนี้กันได้ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ถอนการยึด และสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวไว้ก่อน โจทก์ค้านว่าทรัพย์ที่โจทก์ยึดเป็นของบริษัทจำเลยที่ ๑ แต่คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๖/๒๕๑๕ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟ้องในฐานะส่วนตัว และยังไม่แน่ว่าจำเลยจะได้รับค่าเสียหายหรือไม่ เท่าใด และคดีนี้ศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ไม่มีเหตุอย่างใดที่ต้องงดการบังคับคดีหรือต้องคุ้มครองผลประโยชน์ในระหว่างพิจารณา ขอให้ยกคำร้องของจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษายังไม่มีเหตุผลถึงขนาดให้ถอนการยึด และให้งดการขายทอดตลาด เพราะค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องเรียกจากโจทก์ในมูลฐานละเมิดตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๖/๒๕๑๕ นั้น ยังไม่แน่นอนว่าจะได้ เพียงใดหรือไม่ และหากงดการขายทอดตลาดไว้น่าจะเสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๒๖๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นบทบัญญัติถึงวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา แต่คดีนี้เมื่อคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมแล้วก็ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใด และการที่จำเลยร้องขอให้ถอนการยึดหรืองดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลของคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๖/๒๕๑๕มิใช่เป็นวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษา คำร้องของจำเลยจึงไม่เข้ามาตรา ๒๖๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๓ วรรคแรก นั้น เห็นว่า มาตรา ๒๙๓ วรรค ๒ ศาลจะมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ต่อเมื่อได้พิจารณาเหตุผล ๒ ประการประกอบกัน คือพิจารณาว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้ประการหนึ่งและพิจารณาว่าถ้างดการบังคับคดีไว้ไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอีกประการหนึ่ง ดังนั้น แม้จะฟังว่าการงดการบังคับคดีไว้ไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพราะจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้นำหลักทรัพย์อันมีราคาท่วมหนี้ตามคำพิพากษามาวางศาลไว้แล้ว ศาลจะสั่งให้งดบังคับคดียังไม่ได้ ศาลจะต้องพิจารณาว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้หรือไม่เสียก่อนหาไม่มีเหตุฟังได้ ก็จะไม่สั่งให้งดการบังคับคดี และเห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่มีเหตุจะพึงให้รับฟังได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2786/2516 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (นายทวี อัศวนนท์ ผู้ว่าการ) โดยนายธีระ ตันสกุล ผู้รับ มอบอำนาจ โจทก์ บริษัทเหมืองแร่ทวีทรัพย์ จำกัด กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (นายทวี อัศวนนท์ ผู้ว่าการ) โดยนายธีระ ตันสกุล · โจทก์ - มอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทเหมืองแร่ทวีทรัพย์ จำกัด กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายปิยะชาติ สุจริตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายจันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 10839/2558ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 145/2554ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 68/2529ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 2747/2534ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1725/2551ฎีกา 3184/2536ฎีกา 4678/2536ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549ฎีกา 3900/2532ฎีกา 43/2522ฎีกา 1287/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา