⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2866/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีแพ่งให้รับผิดใช้เงินตามเช็ค ไม่ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามกฎหมาย จึงไม่อาจนำข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่ถึงที่สุดแล้วมาใช้บังคับในคดีแพ่งได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาหาว่า จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และต่อมาได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งให้รับผิดใช้เงินตามเช็คนั้น คดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องนี้มิใช่เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จะนำข้อเท็จจริงในคดีอาญาซึ่งถึงที่สุดแล้วมาชี้ขาดตัดสินโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ ๒ ฉบับเพื่อชำระหนี้คือ เช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานครปฐม (ระบุเลขที่ วันที่ และจำนวนเงิน) ต่อมาโจทก์ขายเช็คทั้งสองฉบับให้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสำนักงานใหญ่ แต่ได้นำมาคืนให้แก่โจทก์หลังจากเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้โจทก์จึงกลับเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบอีก ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เช็ค ๒ ฉบับนั้นจำเลยจ่ายให้โจทก์ล่วงหน้าเพื่อสั่งซื้อรถจักรยานยนต์ แต่โจทก์ส่งให้จำเลยไม่ได้ โจทก์จำเลยจึงมิได้มีมูลหนี้ต่อกันตามเช็ค โจทก์ได้นำเช็ค ๒ ฉบับนี้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดนครปฐมในคดีดำที่ ๑๕๑๗/๒๕๑๑ ความจริงจำเลยเป็นหนี้โจทก์ค่าเครื่องอะไหล่รถจักรยานยนต์เพียง ๑๒,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยออกเช็ค ๒ ฉบับเพียงเป็นประกันสั่งซื้อรถ โจทก์ไม่ได้ส่งรถให้จำเลย มูลหนี้ตามเช็คจึงไม่มีหนี้ค่าอะไหล่ที่จำเลยให้การถึงโจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เช็คทั้ง ๒ ฉบับโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาศาลจังหวัดนครปฐมฟังข้อเท็จจริงว่า คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้และพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยออกเช็คให้โจทก์เพื่อค้ำประกันการสั่งซื้อรถ พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้วสำหรับคดีนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็ค ๒ ฉบับนี้ โจทก์ฟ้องเป็นคดีอาญาหาว่า จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คอันเป็นสิทธิเรียกร้องโดยไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค คดีนี้จึงไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่กล่าวข้างต้น จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ มาใช้บังคับไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาข้อเท็จจริงในคดีอาญามาชี้ขาดตัดสินคดีนี้เป็นการคลาดเคลื่อน ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวนนี้ต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2516 บริษัทเอส.พี.อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด โดยนายชุมพล พรประภา กรรมการผู้ จัดการ โจทก์ นายไพบูลย์ ว่องพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการผู้ - บริษัทเอส.พี.อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด โดยนายชุมพล พรประภา · โจทก์ - จัดการ · จำเลย - นายไพบูลย์ ว่องพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 728/2512ฎีกา 3813/2535ฎีกา 3744/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2302/2518ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5414/2536ฎีกา 481/2526ฎีกา 5822/2531ฎีกา 6405/2550ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 1368/2505ฎีกา 1308/2533ฎีกา 729/2530ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1482/2538ฎีกา 1500/2542ฎีกา 5103/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา