⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3220/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3220/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขายต้องรับผิดในการคืนราคาทรัพย์สินที่ขายไปให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อถูกรอนสิทธิในทรัพย์สินนั้น โดยไม่นำเงินที่ผู้ซื้อได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินหรือได้รับจากการขายทรัพย์สินนั้นต่อไปมาหักลบได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์มาจากเจ้าของรถ ขณะที่ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบจำเลยได้นำรถนั้นไปขายให้กับโจทก์โดยให้โจทก์ผ่อนชำระเป็นงวดๆต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ เจ้าของรถได้มายึดเอารถยนต์ไป ถือว่าได้มีการรอนสิทธิเกิดขึ้น ทำให้จำเลยไม่สามารถจะส่งมอบและจัดการให้โจทก์ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนี้ได้ ทั้งนี้เพราะความผิดของจำเลยจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 475 เมื่อโจทก์ผู้ซื้อถูกรอนสิทธิ จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายต้องรับผิดในการคืนราคารถยนต์ที่จำเลยรับชำระไปจากโจทก์ ส่วนเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์จากการใช้รถพิพาทและเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายรถนั้นให้บุคคลอื่นไม่ใช่เงินค่ารถยนต์ที่จำเลยจะต้องส่งคืน. จะนำมาคิดหักกันไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.476

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายรถยนต์ให้โจทก์ ๑ คัน จำเลยได้ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ได้ชำระราคาในวันทำสัญญา ๑๐,๐๐๐ บาทที่เหลือจะผ่อนชำระเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท โจทก์ได้ผ่อนชำระราคารถให้จำเลยไปแล้วยังไม่ครบ โจทก์ได้ขายรถยนต์คันนี้ให้กับนายมานิตย์อีกต่อหนึ่งได้ส่งมอบรถยนต์ให้นายมานิตย์ไปแล้ว ระหว่างที่นายมานิตย์ยังชำระราคาค่าซื้อรถให้โจทก์ไม่ครบ ห้างหุ้นส่วนจำกัดย่งเซ่งฮวดได้ยึดรถยนต์คันนี้ไปจากนายมานิตย์โดยอ้างว่าจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์จึงทราบว่าจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนี้ และต่อมานายมานิตย์ได้ฟ้องโจทก์เรียกเงินค่าซื้อรถที่ชำระแล้วกับค่าเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินราคารถที่รับไปแล้ว ๔๕,๐๐๐ บาทและให้ใช้ค่าเสียหายอีกวันละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกระทั่งชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยเช่าซื้อรถคันนี้มาจากห้างหุ้นส่วนจำกัดย่งเซ่งฮวดแต่ชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบ จึงขอคืนให้ผู้ให้เช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อไม่ยอมรับคืน กลับอนุญาตให้จำเลยขายต่อได้ จำเลยจึงขายให้โจทก์เพื่อเอาเงินไปผ่อนชำระให้ผู้ให้เช่าซื้อต่อไปซึ่งโจทก์รู้ความข้อนี้ดีในเวลาตกลงซื้อขาย และสมัครใจรับซื้อโดยไม่อิดเอื้อน โจทก์ไม่สุจริตที่นำรถไปขายให้นายมานิตย์ โดยไม่ได้บอกกล่าวหรือได้รับความยินยอมจากจำเลยโจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถคันนี้ขณะที่ซื้อ ถ้าไม่รู้ก็เป็นความประมาทของโจทก์เองจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ได้ค่าเสียหายที่เรียกร้องมากเกินไปหากต้องเสียหายก็เป็นความผิดของโจทก์เอง ห้างหุ้นส่วนจำกัดย่งเซ่งฮวดซึ่งถูกศาลเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมให้การว่า จำเลยได้เช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องไปจากจำเลยร่วมแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองคราวติดกันและผิดสัญญาข้ออื่น ๆ อีก จำเลยร่วมจึงไปยึดรถมาจากนายมานิตย์ซึ่งจำเลยร่วมทราบว่าเป็นผู้ซื้อมาจากจำเลยจำเลยร่วมไม่เคยอนุญาตให้จำเลยขายรถยนต์แก่บุคคลอื่น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายเพราะเหตุการรอนสิทธิซึ่งโจทก์รู้อยู่แล้วในเวลาซื้อขาย แต่จำเลยต้องคืนเงินที่รับชำระไปแล้วแก่โจทก์ สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดย่งเซ่งฮวดจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๔๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ได้ครอบครองใช้รถพิพาทเป็นเวลา ๑๒๖ วันจึงควรนำค่าที่โจทก์ได้รับประโยชน์ในการใช้รถมาหักออกจากเงินค่าขายรถที่จำเลยต้องคืนให้โจทก์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยคืนเงิน ๓๒,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าขณะทำสัญญาซื้อขายรถคันที่ตกลงซื้อขายยังอยู่ในระหว่างเช่าซื้อ ชำระราคายังไม่ครบถ้วนจำเลยยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์มา แต่โจทก์พอใจรับซื้อไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ความจริงจำเลยจึงไม่มีหน้าที่รับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงซื้อขายรถรายพิพาทกันจริง โดยฝ่ายโจทก์รับมอบรถยนต์ไปและมีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องชำระราคาให้ครบถ้วนเสียก่อน ผู้ขายจึงจะโอนทะเบียนให้ในการนี้ได้มีการรอนสิทธิ์เกิดขึ้นโดยจำเลยร่วมได้มายึดเอารถยนต์ไปจึงทำให้จำเลยไม่สามารถจะส่งมอบและจัดการให้โจทก์ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ทั้งนี้เพราะความผิดของจำเลย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๗๕ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จะต้องหักเงินที่โจทก์ได้รับจากนายมานิตย์๓๐,๐๐๐ บาท ออกจากยอดเงินที่โจทก์จะได้รับคืนจากจำเลยด้วยนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์ถูกรอนสิทธิ จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายต้องรับผิดในการคืนราคารถยนต์เงินค่ารถยนต์ที่จำเลยได้รับชำระไปจากโจทก์มีจำนวน ๔๕,๐๐๐ บาทส่วนเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์จากการใช้รถพิพาทและเงินที่โจทก์ได้รับจากนายมานิตย์ ๓๐,๐๐๐ บาทก็ดีไม่ใช่เงินค่ารถยนต์ที่จำเลยจะต้องส่งคืนที่ศาลอุทธรณ์หักเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์ให้จำเลย นับว่าเป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3220/2516 นางสุวรรณา แสงเอนก โจทก์ นางบ่วย แซ่เตีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุวรรณา แสงเอนก · จำเลย - นางบ่วย แซ่เตีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดวง ดีวาจิน · สุข หงสไกร · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายอำนวย สุขพรหม · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ กลัมพะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2694/2535ฎีกา 224/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 824/2545ฎีกา 1536/2500ฎีกา 390/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 795/2545ฎีกา 2763/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 258/2530ฎีกา 912/2490ฎีกา 2131/2537ฎีกา 2382/2534ฎีกา 2292/2515ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3763/2542ฎีกา 2493/2553ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา