⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 43-44/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43-44/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสัญญาจะซื้อขายไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ ผู้จะขายจะบอกเลิกสัญญาได้ก็ต่อเมื่อได้บอกกล่าวให้ผู้จะชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรแล้วผู้จะยังไม่ชำระหนี้.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินที่ค้างกันไว้เพียงมีข้อความว่าผู้จะซื้อจะนำมาชำระให้ในโอกาสอันสมควรเท่านั้นดังนี้ แม้จะฟังว่าผู้จะซื้อเคยผัดผ่อนชำระราคาที่ดินที่ค้าง ภายในเดือนธันวาคม 2507 แล้วไม่ชำระ ก็เป็นเรื่องที่ผู้จะซื้อมิได้ปฏิบัติตามกำหนดเวลาที่ขอผัดผ่อนไว้ต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่กรณีผู้จะขายบอกกล่าวกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ แล้วผู้จะซื้อไม่ชำระตามกำหนดอันจะเป็นเหตุให้ผู้จะขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกันมา สำนวนคดีแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๒ จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดที่ ๘๒๙๐ ของโจทก์ที่เนื้อที่๔๙ ตารางวา กับโจทก์ คิดเป็นราคา ๓๖,๐๐๐ บาท จำเลยได้ชำระเงินมัดจำให้โจทก์ ๑๙,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือ ๑๗,๐๐๐ บาท จำเลยสัญญาว่าจะชำระให้ในเวลาอันสมควร ตั้งแต่ทำสัญญากันไว้ จำเลยไม่เคยชำระเงินที่ค้างอยู่โจทก์ทวงถามจำเลยก็ผัดผ่อนเรื่อยมา โจทก์ได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๐พฤษภาคม ๒๕๐๘ บอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ แล้วขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า การบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ และไม่สุจริต มิได้บอกกล่าวกำหนดเวลาชำระเงินให้จำเลยทราบล่วงหน้าตามสมควร โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างได้ก็ต่อเมื่อโจทก์พร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ซื้อนั้นให้แก่จำเลยได้ แต่โจทก์มิได้ดำเนินการแบ่งแยกที่ดินให้ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ สำนวนคดีหลัง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๙๐ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นสินบริคณห์ให้แก่โจทก์ เนื้อที่ ๔๙ ตารางวา ราคา ๓๖,๐๐๐ บาททำสัญญาจะซื้อขายเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๒ โจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินไปแล้ว ๑๙,๐๐๐ บาทส่วนที่เหลืออีก ๑๗,๐๐๐ บาท มิได้กำหนดเวลาชำระกัน แต่ได้ตกลงกันด้วยวาจาว่าจะชำระให้เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ ต่อมาวันที่ ๒๐ พฤษภาคม๒๕๐๒ จำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท จะใช้สิทธิริบเงินที่ชำระไว้อ้างว่าจำเลยไม่ชำระเงินที่ค้าง โจทก์ไปติดต่อกับจำเลยที่ ๑ขอชำระเงินและให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ จำเลยกลับบ่ายเบี่ยงขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกโฉนดส่วนพิพาทแล้วโอนขายให้โจทก์ โดยให้โจทก์ยอมชำระราคาที่ค้างแก่จำเลยหากไม่สามารถโอนขายได้ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมทั้งค่าเสียหาย จำเลยให้การทำนองเดียวกับฟ้องในคดีแรก และต่อสู้ว่าโจทก์ไม่เสียหาย โจทก์ผิดสัญญา จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาและให้เรียกโจทก์ในสำนวนคดีแรกและจำเลยในคดีหลังว่าโจทก์ และเรียกจำเลยในสำนวนคดีแรกและโจทก์ในคดีหลังว่าจำเลย และวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเลิกสัญญาพิพากษาให้โจทก์โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยและรับเงิน๑๖,๘๐๐ บาท ถ้าโอนไม่ได้ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย ๑๓๑,๐๐๐ บาทแก่จำเลยพร้อมทั้งคืนเงินมัดจำ ๑๙,๒๐๐ บาท แก่จำเลย หากโจทก์ไม่โอน ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนการโอนของโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์คดีแรก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา แม้ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินที่ค้างกันไว้เพียงมีข้อความว่าในข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจะนำมาชำระให้ในโอกาสอันสมควรก็ตาม แต่จำเลยก็ได้เคยตกลงจะชำระราคาที่ดินที่ค้างชำระภายในเดือนธันวาคม ๒๕๐๗ แล้วไม่ชำระ การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายของโจทก์ต่อจำเลยจึงเป็นการบอกเลิกที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จะถือว่าโจทก์ยังไม่ได้กำหนดเวลาให้จำเลยชำระหนี้ในเวลาอันสมควร จึงเป็นการคลาดเคลื่อนนั้นศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะรับฟังเป็นความจริงว่าจำเลยได้ผัดผ่อนชำระราคาที่ดินที่ค้างชำระให้โจทก์ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๐๗ ก็ตาม ก็เป็นเรื่องจำเลยมิได้ปฏิบัติตามกำหนดเวลาที่ได้ขอผัดผ่อนไว้แก่โจทก์เท่านั้น มิใช่เป็นกรณีที่โจทก์บอกกล่าวกำหนดเวลาชำระหนี้แล้วจำเลยไม่ชำระ อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายกับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๗ โจทก์จึงต้องผูกพันตามสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว จำเลยชอบที่จะขอบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43 - 44/2516 นางบุญนาค มหาสุวรรณ ที่ 1 นายอนันต์ มหาสุวรรณ ที่ 2 โจทก์ นายเชษฐ์ ตนะศุภผล จำเลย นายเชษฐ์ ตนะศุภผล โจทก์ นายอนันต์ มหาสุวรรณ ที่ 1 นางบุญนาค มหาสุวรรณ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญนาค มหาสุวรรณ ที่ 1 นายอนันต์ มหาสุวรรณ ที่ 2 · จำเลย - นายเชษฐ์ ตนะศุภผล · โจทก์ - นายเชษฐ์ ตนะศุภผล · จำเลย - นายอนันต์ มหาสุวรรณ ที่ 1 นางบุญนาค มหาสุวรรณ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประภาศ บุณโยดม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 2821/2522ฎีกา 231/2482ฎีกา 560/2553ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1280/2492ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 615/2531ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา