⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 52/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 33 วรรคท้าย

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติในเรื่องริบทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 หรือ มาตรา 33 นั้น มุ่งถึงตัวทรัพย์เป็นสำคัญ จะต่างกันก็แต่ว่า ตามมาตรา 32 ศาลจะต้องริบเสียทั้งสิ้น ส่วนมาตรา 33 ให้อยู่ในดุลพินิจของศาล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 33วรรคท้ายเท่านั้น ที่จะสั่งริบไม่ได้ ดังนั้น ในคดีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกมีปืนและสายไฟฟ้าติดตัวร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้สายไฟฟ้ารัดคอเจ้าทรัพย์ แม้ศาลจะวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าสายไฟฟ้าของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งใช้ในการกระทำผิดแล้วก็ย่อมริบได้ เพราะอยู่ในดุลพินิจของศาล ตามมาตรา 33(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2516 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คน มีปืนและสายไฟฟ้าติดตัวร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้สายไฟฟ้ารัดคอ และชกต่อย กับใช้ปืนยิงนายบุญสระอุบล แต่ไม่ระเบิดเจ้าพนักงานยึดได้สายไฟฟ้า ๑ เส้นในที่เกิดเหตุเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔,๘๓ ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่คืนแก่เจ้าทรัพย์ ๖๐๕ บาท จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรค ๒, ๘๓ ให้จำคุก ๑๕ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๐ ปีริบสายไฟฟ้าให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖๐๕ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนสายไฟฟ้าของกลางฟังได้ว่าเป็นของคนร้ายใช้ในการกระทำผิด จึงให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอรับฟังลงโทษจำเลยและวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาริบ จะเป็นการชอบหรือไม่นั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้ศาลจะวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดีแต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าสายไฟฟ้าของกลางเป็นทรัพย์ซึ่งใช้ในการกระทำผิดก็อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบในคดีนี้ได้ เพราะบทบัญญัติในเรื่องริบทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓มุ่งถึงตัวทรัพย์เป็นสำคัญ จะต่างกันก็แต่ว่าตามมาตรา ๓๒ ศาลจะต้องริบเสียทั้งสิ้น ส่วนมาตรา ๓๓ ให้อยู่ในดุลพินิจของศาล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๓๓ วรรคท้าย เท่านั้น ที่จะสั่งริบไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2516 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสุนทร หรือหำ เพ็ชรแพง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายสุนทร หรือหำ เพ็ชรแพง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายบุญศรี กอบบุญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1143/2565ฎีกา 7111/2559ฎีกา 2176/2543ฎีกา 3948/2566ฎีกา 1554/2521ฎีกา 413/2466ฎีกา 528/2470ฎีกา 1835/2545ฎีกา 776/2565ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 3/2542ฎีกา 1875/2547ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 1797/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา