⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 69-70/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69-70/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่สามีภริยาแยกกันอยู่โดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยา แต่ไม่ได้ทำหนังสือหย่าขาดจากกัน ยังคงถือว่าเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย 2. ภริยาหลวงมีสิทธิขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสของสามีกับภริยาน้อยได้ หากการจดทะเบียนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5แยกกันอยู่โดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยา ภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 โดยมิได้ทำหนังสือหย่าขาดกัน ยังถือว่าเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย สามีและภริยาน้อยอันชอบด้วยกฎหมายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มีสิทธิร้องขอให้นายทะเบียนบันทึกฐานะของภริยาได้ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 แต่ไม่มีสิทธิจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้นภริยาหลวงย่อมขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1445 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1467 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1497 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1498 พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม.24 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน โดยชอบด้วยกฎหมายโดยสมรสกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ มีที่ดินอันเป็นสินสมรส ๔ แปลงโจทก์มีความประสงค์จะลงชื่อร่วมในโฉนด แต่จำเลยไม่ยอม ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์มีชื่อในโฉนดที่ดินดังกล่าวร่วมกับจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยหย่าขาดกันแล้ว ก่อนหย่าขาดจำเลยได้นางศิริ (หรือสิริ) หิระรักษ์ เป็นภริยา และได้จดทะเบียนสมรส กันที่ดินตามฟ้องเป็นสินสมรส แต่เมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว จำเลยกับนางศิริต่างได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมา๓๖ ปีเศษแล้ว นางศิริ หิระรักษ์ ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วมอ้างเหตุทำนองเดียวกันกับคำให้การจำเลย และตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คดีขาดอายุความ สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันในขณะที่โจทก์ยังเป็นภริยาจำเลยที่ ๑ อยู่ขอให้พิพากษาแสดงว่าการสมรสของจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนหย่าขาดกัน จำเลยที่ ๑ ให้การและขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือหย่าขาดกับโจทก์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ จำเลยที่ ๑ ได้อยู่กินร่วมกับจำเลยที่ ๒ฉันสามีภริยาเรื่อยมา และจดทะเบียนสมรสกันเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรส จำเลยที่ ๒ ให้การและขอเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ โดยสมรสกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐จดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ และตัดฟ้องเช่นเดียวกับจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ หย่าขาดจากสามีภริยากันแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีฟังไม่ได้ว่าโจทก์หย่าขาดกับจำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาน้อยอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองมีสิทธิร้องขอให้นายทะเบียนบันทึกฐานะของภริยาได้ตามมาตรา ๒๔แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. ๒๔๗๘ ว่าเป็นภริยาหลวงหรือภริยาน้อยของใคร แต่จำเลยไม่มีสิทธิจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะจำเลยที่ ๑ ยังเป็นคู่สมรสของโจทก์ซึ่งเป็นภริยาหลวง การจดทะเบียนสมรสของจำเลยทั้งสองจึงเป็นโมฆะที่พิพาทเป็นสินสมรส โจทก์มีสิทธิขอให้ลงชื่อเป็นเจ้าของร่วมได้ จำเลยทั้งสองจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ยันโจทก์ไม่ได้ เพราะโจทก์กับจำเลยที่ ๑ยังไม่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันทั้ง ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และให้ส่งชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมในโฉนดพิพาททั้งสี่แปลง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยร่วมและจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้แยกกันอยู่โดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากัน แต่เป็นการแยกกันภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ โดยมิได้ทำหนังสือหย่าขาดกัน โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๙๗, ๑๔๙๘ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ก็ยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายอยู่เช่นเดิม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมในโฉนดพิพาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69 - 70/2516 นางผิน หิระรักษ์ โจทก์ นายดี หิระรักษ์ จำเลย นางศิริ หิระรักษ์ จำเลยร่วม นางผิน หิระรักษ์ โจทก์ นายดี หิระรักษ์ (นายเดียลาซิงห์) ที่ 1 นางศิริ หิระรักษ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางผิน หิระรักษ์ · จำเลย - นายดี หิระรักษ์ · จำเลยร่วม - นางศิริ หิระรักษ์ · โจทก์ - นางผิน หิระรักษ์ · จำเลย - นายดี หิระรักษ์ (นายเดียลาซิงห์) ที่ 1 นางศิริ หิระรักษ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมาโนช จรมาศ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1924/2523ฎีกา 3803/2565ฎีกา 314/2501ฎีกา 6193/2551ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1697/2538ฎีกา 1387/2541ฎีกา 6186/2545ฎีกา 1251/2500ฎีกา 6331-6332/2556ฎีกา 2955/2548ฎีกา 1236/2479ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1148/2481ฎีกา 1163/2539ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1937/2526ฎีกา 289/2541ฎีกา 1160/2495ฎีกา 679/2532ฎีกา 3801/2565ฎีกา 1253/2479ฎีกา 2004/2511ฎีกา 7631/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา