⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 721/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น แม้ว่ากฎหมายจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้โทษเบาลงในระหว่างการพิจารณาของศาลก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองกับพวกใช้ปืนขู่เอาช้าง 2 เชือกจากควาญช้างแล้วบังคับให้ควาญช้าง 2 คนนั้นขี่ช้าง คนละเชือก จำเลยทั้งสองไล่ช้างให้เดินไป เมื่อไปได้ 2 กิโลเมตร จำเลยทั้งสองกับพวกให้ควาญช้างล่ามช้างไว้กับต้นไม้ จำเลยที่ 2 ใช้ผ้าขาวม้ามัดข้อมือควาญช้างทั้งสองคนติดกัน พวกของจำเลยคนหนึ่งใช้ปืนยิงช้างทีละเชือกเมื่อช้างตาย จำเลยทั้งสองกับพวกใช้มีดชำแหละเอางาช้างไป การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 เมื่อปรากฏว่าในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ออกใช้บังคับ โดยข้อ 14ของประกาศดังกล่าวได้แก้ไขเพิ่มเติมให้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 มีโทษเบากว่าเดิมศาลฎีกาต้องลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.14 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คน ร่วมกันปล้นช้าง ๒ เชือกของนายขอม โดยจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนจะยิงนายสมพงษ์และนายเขียวผู้ดูแลรักษาช้าง และใช้อาวุธปืนยิงช้างทั้งสองเชือกเพื่อเป็นความสะดวกในการปล้นทรัพย์ พาเอาทรัพย์ไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์๗๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ให้จำคุกคนละ ๒๐ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก (คนละ) ๑๓ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๗๐,๐๐๐ บาทให้เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดเพราะถูกนายเสน่ห์บังคับจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ และการกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุ กรณีต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗จำเลยไม่ต้องรับโทษ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุราว ๑๕ วัน นายขอมเจ้าของช้างได้ใช้ให้นายสมพงษ์กับนายเขียวควาญช้าง นำช้าง ๒ เชือกไปลากไม้ในป่าวันเกิดเหตุคนทั้งสองออกจากที่พักจะไปดูช้างที่ล่ามไว้ข้างคลอง พบจำเลยทั้งสองกับนายเสน่ห์และชายอีก ๓ คน ถือปืนคนละกระบอก ทั้ง ๖ คนเอาปืนจี้นายสมพงษ์และนายเขียวให้พาไปเอาช้างเมื่อแก้โซ่ล่ามช้างแล้ว จำเลยที่ ๒ ก็บังคับให้นายสมพงษ์กับนายเขียวขึ้นขี่ช้างคนละเชือกจำเลยทั้งสองไล่ช้างให้เดินไปทางทิศตะวันตกนายเสน่ห์กับพวกเดินตามหลังไป ไปห่างที่พักประมาณ ๒ กิโลเมตร คนร้ายทั้งหมดก็บังคับให้นายสมพงษ์และนายเขียวลงจากหลังช้างและให้ล่ามช้างไว้กับต้นไม้แล้วจำเลยที่ ๒ ก็ใช้ผ้าขาวม้าผูกข้อมือของนายสมพงษ์กับข้อมือนายเขียวติดกันให้นั่งห่างจากช้างราว ๓ วา แล้วนายเสน่ห์ก็ใช้ปืนยิงช้างทีละเชือกเมื่อช้างตายแล้วนายเสน่ห์กับพวกก็ใช้มีดชำแหละงาช้าง แล้วบังคับให้นายสมพงษ์และนายเขียวแบกงาช้างเดินทางไป มีปัญหาว่า จำเลยทั้งสองกระทำไปด้วยความจำเป็นเพราะถูกนายเสน่ห์บังคับดังที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยหาได้กระทำผิดด้วยความจำเป็นเพราะอยู่ในที่บังคับถึงกับไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืน อันจะทำให้จำเลยไม่ต้องรับโทษไม่ แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ออกใช้บังคับ โดยข้อ ๑๔ ของประกาศดังกล่าว ได้แก้ไขเพิ่มเติมให้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔มีโทษเบากว่าเดิม จึงต้องลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวแต่ศาลฎีกาเห็นว่า โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดมานั้นชอบด้วยรูปคดีแล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๒๐ ปีคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยคนละ๑๓ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๗๐,๐๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2516 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายทวี บำรุงศรี ที่ 1 นายเปิม บัวฉิม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายทวี บำรุงศรี ที่ 1 นายเปิม บัวฉิม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายไพบูลย์ จามิกรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 7217/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 1637/2528ฎีกา 6028/2552ฎีกา 51/2502ฎีกา 778/2519ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 11/2539ฎีกา 730/2509ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2274/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา