⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 839/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ที่ของโจทก์ ถือเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ต้องมีการสืบพยานเพื่อวินิจฉัยให้ชัดแจ้งก่อน จึงจะพิพากษาคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ตามฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ได้ทำสัญญาระบุว่า ให้จำเลยเช่าที่ดินบางส่วนตามโฉนดดังกล่าว โจทก์มิได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่นใดในการให้เช่าที่ดิน แสดงว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิการเป็นเจ้าของที่ดินอย่างเดียว เมื่อจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ที่ของโจทก์เห็นได้ว่ายังมีประเด็นโต้เถียงกันอยู่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษาคดี จึงเป็นการไม่ชอบ ต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือเช่าที่ดินบางส่วนตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2662 ของโจทก์เพื่อปลูกบ้านอาศัย ครบกำหนดเวลาเช่าแล้ว โจทก์บอกให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายออกไป จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลบังคับขับไล่และใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ตกเป็นที่สาธารณประโยชน์แล้วจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เพราะโจทก์หลอกลวงว่าเป็นที่ของโจทก์ การบอกกล่าวของโจทก์ไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยแถลงรับในวันชี้สองสถานว่า ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์จริง สัญญาเช่าสิ้นกำหนดเวลาแล้ว ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายออกไปจากที่ดินที่เช่าของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้รวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 2662 ตำบลบางพระ อำเภอบางพระ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 76 วา ได้ทำสัญญาระบุว่าให้จำเลยเช่าที่ดินบางส่วนตามโฉนดเลขที่ 2662 โจทก์มิได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่นใดในการให้เช่าที่ดิน แสดงว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิการเป็นเจ้าของที่ดินอย่างเดียว เมื่อจำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่ใช่ที่โจทก์ เห็นได้ว่ายังเป็นประเด็นโต้เถียงกันอยู่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษาคดีไปทั้งที่ยังมีประเด็นโต้เถียงกัน ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากโจทก์ก็ตามโจทก์จะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ก็ต้องได้ความว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ เพราะถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิเหนือพื้นดินโดยที่ดินรายนี้เป็นที่สาธารณประโยชน์แล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจเอาไปให้ผู้อื่นเช่า ดังนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1286/2508 นางถนอม วิไลวรรณ โจทก์ นางเฮียง เจริญฤทธิ์จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไว้นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2516 นางทองอยู่ บูรณะ โจทก์ นางช้อย หรือลมุล ร่มรื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองอยู่ บูรณะ · จำเลย - นางช้อย หรือลมุล ร่มรื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ วังตาล · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา