⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1187/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองทรัพย์สินของตนเป็นประกันหนี้ของบุคคลอื่น ต้องบังคับตามบทบัญญัติเรื่องจำนอง ผู้จำนองจึงไม่มีสิทธิขอให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันก่อนได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่จำนองทรัพย์สินของตนเป็นประกันหนี้ของบุคคลอื่นนั้น ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะจำนองซึ่งมิได้มีบทบัญญัติให้นำมาตรา 689 ในลักษณะค้ำประกันมาใช้บังคับผู้จำนองจึงจะขอให้บังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนไม่ได้และจะขอให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันก่อนก็ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.689 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ให้ชำระเงินกู้และฟ้องบังคับจำนองจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ซึ่งจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๙๕ ไว้กับโจทก์เพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระ ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๙๕ ที่จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ จำนองไว้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ บังคับชำระหนี้ต่อไปจนครบ คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่ยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๔๕๙๕ เพื่อขายทอดตลาด จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีทรัพย์สินอื่นที่โจทก์จะบังคับคดีได้ ขอให้โจทก์ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ขายทอดตลาดเอาชำระหนี้ก่อน ถ้าได้เงินไม่พอจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ จะชำระให้ ถ้าโจทก์ไม่ยินยอม ก็ให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ หลุดพ้นจากหน้าที่ผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๙๕ ขายทอดตลาดเป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ได้จำนองที่ดินของตนเพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระให้โจทก์นั้นเป็นการให้สัญญาต่อโจทก์ว่าถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ ก็ให้โจทก์บังคับจำนองได้ ต่างกับการค้ำประกันด้วยบุคคลที่ผู้ค้ำประกันสัญญาว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำประกันจะชำระให้กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะจำนองซึ่งมิได้มีบทบัญญัติให้นำมาตรา ๖๘๙ ในลักษณะค้ำประกันมาใช้บังคับจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ จึงจะขอให้บังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ก่อนไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันมิใช่ลูกหนี้ของโจทก์ ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิผู้จำนองทรัพย์เพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นที่จะขอให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันก่อนได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2517 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ โจทก์ นางสำเภา รักษ์เจริญ กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความศรีสมบูรณ์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ · โจทก์ - และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ · จำเลย - นางสำเภา รักษ์เจริญ กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ อติโพธิ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายไมตรี โมรารตนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1536/2500ฎีกา 838/2494ฎีกา 8136-8139/2542ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 295/2508ฎีกา 7913/2551ฎีกา 3318/2545ฎีกา 230/2501ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 805/2506ฎีกา 401/2531ฎีกา 1302/2531ฎีกา 2791/2546ฎีกา 4817/2533ฎีกา 3124/2565ฎีกา 1074/2511ฎีกา 1178/2518ฎีกา 3544/2525ฎีกา 863/2481ฎีกา 1134/2494ฎีกา 1132/2520ฎีกา 7400/2537ฎีกา 719/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา