⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1686-1689/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686-1689/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ได้รับสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยชอบแล้ว ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่บุคคลอื่นที่เข้าครอบครองที่ดินนั้น แม้บุคคลนั้นจะเคยครอบครองที่ดินมาก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทโดยทางราชการจัดสรรให้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 30 และได้รับใบจองแล้วแม้จำเลยจะได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน จำเลยก็ไม่มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน และพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 5 ให้ถือว่าจำเลยมีเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดินนั้นแล้ว สิทธิของจำเลยหากจะดีกว่าผู้อื่นทั่วๆไป ก็หาอาจใช้ยันโจทก์ผู้ได้รับสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยชอบแล้วไม่โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกไปจากที่พิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.30 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1334 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้ง ๔ สำนวนฟ้องเป็นใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ประมาณคนละ ๑๓ ถึง ๑๕ ไร่ โดยได้รับจากการจัดสรรของทางราชการให้เป็นที่ทำกิน และได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว จำเลยได้บุกรุกที่ของโจทก์ทุกแปลงเดิมที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณะ นายอุยสามีจำเลยที่ ๑ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วกับจำเลยที่ ๒ ได้บุกรุกเข้าครอบครอง พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ออกไปก็ไม่ปฏิบัติตามจึงถูกฟ้องศาล และศาลพิพากษาว่านายอุยและจำเลยที่ ๒ บุกรุกที่สาธารณะ มีความผิดโจทก์เข้าทำกินในที่พิพาทไม่ได้เพราะจำเลยขัดขวาง โจทก์อาจหาประโยชน์หรือให้ผู้อื่นเช่าที่พิพาทได้เดือนละไม่น้อยกว่า ๑๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารห้ามมิให้เกี่ยวข้องขัดขวางสิทธิของโจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยที่ ๑ และนายอุยกับจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกันบุกเบิกที่ดินมีเนื้อที่ ๘๐ ไร่เศษ ได้เข้าทำกินโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาไม่เคยละทิ้ง โจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องโต้แย้ง จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง แม้เมื่อจำเลยที่ ๒ กับนายอุยถูกฟ้องฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วก็ตามจำเลยทั้งสองกับนายอุยก็ยังคงครอบครองทำกินในที่ดินดังกล่าวแล้วตลอดมา ยังหาขาดสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินไม่ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลย หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะโจทก์ไม่เคยเข้ายึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่พิพาทเลย แม้ทางราชการจะได้จัดสรรที่ดินให้แก่โจทก์ ก็หาทำให้โจทก์เกิดมีสิทธิครอบครองหรือสิทธิใด ๆ ในที่พิพาทไม่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการครอบครองประเด็นเดียวและสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทโจทก์ยังไม่ได้ครอบครองที่พิพาท และเห็นว่าระหว่างราษฎรด้วยกันจำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๔ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสั่งให้จัดสรรประกาศจับสลากให้แก่ราษฎรจำเลยที่ ๒ กับนายอุยได้ครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อนการจัดสรรแต่ไม่ได้แจ้งการครอบครองภายในกำหนดเวลา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้แจ้งในภายหลัง ถือว่าจำเลยที่ ๒ และนายอุยเจตนาสละสิทธิครอบครองที่พิพาทแล้ว รัฐมีอำนาจจัดที่พิพาทได้ โจทก์ทั้งสี่เป็นผู้ได้รับใบจองจากทางราชการ แล้วต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์อีก โจทก์ได้สิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๓๐ แล้ว โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทโดยรัฐจัดให้มีใบจองเข้าครอบครองย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลย การที่จำเลยละเมิดสิทธิครอบครองโจทก์นั้นฟังได้ว่าโจทก์เสียหายพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้ง ๔ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทุกคนได้รับใบจองจากอำเภอและได้เข้าครอบครองที่พิพาทแล้ว ในปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาทซึ่งทางราชการจัดสรรให้พวกโจทก์ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๓๐ แล้ว โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ เพราะโจทก์ได้รับและเข้าถือสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๓๐ แล้วแม้ว่าจำเลยจะได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทอยู่แล้วก็ตาม สิทธิของจำเลยเช่นนั้น แม้หากจะดีกว่าผู้อื่นทั่ว ๆ ไปก็ตาม แต่ก็หาอาจใช้ยันโจทก์ผู้ได้รับสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยชอบแล้วได้ไม่ แม้จำเลยจะได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดินแล้วแต่ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ ได้บัญญัติให้ถือว่าจำเลยได้มีเจตนาสละสิทธิครอบครองแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686 - 1689/2517 นายเหรบ หรือเหลบ เกิดทรัพย์ โจทก์ นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน จำเลย นายอาด ท่อทิพย์ โจทก์ นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน จำเลย นางสออู่ หลิมพาณิชย์ โจทก์ นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเหรบ หรือเหลบ เกิดทรัพย์ · จำเลย - นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน · โจทก์ - นายอาด ท่อทิพย์ · จำเลย - นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน · โจทก์ - นางสออู่ หลิมพาณิชย์ · จำเลย - นางหม้า รอบรู้ กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายปิยะชาติ สุจริตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7725/2540ฎีกา 3345/2525ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 1284/2497ฎีกา 485/2486ฎีกา 456/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536ฎีกา 3089/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 1153/2501ฎีกา 1405/2515ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 472/2513ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 659/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา