⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1925/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2517

ป.พ.พ. ม.420, 537, 538 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.183

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าได้แสดงเจตนาขอเช่าต่อไปเป็นลายลักษณ์อักษรภายในกำหนดเวลา ถือเป็นการสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่า และเกิดสัญญาเช่าใหม่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องทำสัญญาใหม่

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่ามีข้อความว่า ผู้ให้เช่าให้คำมั่นแก่ผู้เช่าว่าเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญาแล้ว ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก 3 ปี ตามเงื่อนไขประเพณีที่ได้กระทำกันในวันทำสัญญานี้ ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องแสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันสัญญาเช่านี้ครบกำหนด ดังนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ให้เช่าให้คำมั่นไว้ เมื่อผู้เช่ามีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อภายในกำหนดเวลาเท่ากับผู้เช่าสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่าแล้วและถือว่ามีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและประเพณีที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิม โดยไม่ต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวเลขที่ ๓๐/๓ จำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวดังกล่าว โดยทำสัญญาเช่ามีกำหนด ๓ ปี อัตราค่าเช่าเดือนละ ๘๐ บาท ก่อนครอบกำหนดการเช่าจำเลยขอทำสัญญาเช่าต่อโจทก์นัดให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าต่อมิฉะนั้นให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจเช่าต่อจำเลยไม่ยอมไปทำสัญญาเช่ากับโจทก์ และคงอยู่ในสถานที่เช่าโดยละเมิดสิทธิของโจทก์ คิดค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารห้ามมิให้เกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออก จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวกับโจทก์ จำเลยมิได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์ต้องให้จำเลยเช่าต่ออีก ๓ ปี ตามที่โจทก์ให้คำมั่นไว้และจำเลยแสดงเจตนารับคำมั่นของโจทก์แล้วย่อมมีผลเป็นสัญญาเช่าฉบับใหม่ทันที กับต่อสู้ในข้ออื่น ๆ อีกหลายประการ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ปัญหามีว่า โจทก์ต้องให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไปอีก ๓ ปี เพราะมีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่เนื่องจากโจทก์ให้คำมั่น และจำเลยสนองรับคำมั่นหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทกับโจทก์จริงสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นอายุการเช่าแล้ว ตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยระบุว่า "ผู้ให้เช่าให้คำมั่นแก่ผู้เช่าว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญานี้แล้ว ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก ๓ ปี ตามเงื่อนไขประเพณีที่ได้กระทำกันในวันทำสัญญานี้ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องแสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ผู้เช่าทราบภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันสัญญาเช่านี้ครบกำหนด" จำเลยได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อจากโจทก์ภายในกำหนด ๑ เดือน จริงแล้ววินิจฉัยว่าตามสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องที่โจทก์ให้คำมั่นไว้ เมื่อจำเลยได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อจากโจทก์ภายในกำหนดเวลาแล้วแสดงว่าจำเลยสนองรับคำมั่นของโจทก์แล้วย่อมถือได้ว่าโจทก์จำเลยมีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและประเพณีที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิม โดยไม่จำต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2517 นางอรวรรณ ฟูตระกูล โจทก์ นายพยนต์ นิ่มปิติวัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรวรรณ ฟูตระกูล · จำเลย - นายพยนต์ นิ่มปิติวัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยง โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1079/2497ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 9188/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา