⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1925/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าได้แสดงเจตนาขอเช่าต่อไปเป็นลายลักษณ์อักษรภายในกำหนดเวลา ถือเป็นการสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่า และเกิดสัญญาเช่าใหม่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องทำสัญญาใหม่

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่ามีข้อความว่า ผู้ให้เช่าให้คำมั่นแก่ผู้เช่าว่าเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญาแล้ว ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก 3 ปี ตามเงื่อนไขประเพณีที่ได้กระทำกันในวันทำสัญญานี้ ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องแสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันสัญญาเช่านี้ครบกำหนด ดังนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ให้เช่าให้คำมั่นไว้ เมื่อผู้เช่ามีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อภายในกำหนดเวลาเท่ากับผู้เช่าสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่าแล้วและถือว่ามีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและประเพณีที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิม โดยไม่ต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวเลขที่ ๓๐/๓ จำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวดังกล่าว โดยทำสัญญาเช่ามีกำหนด ๓ ปี อัตราค่าเช่าเดือนละ ๘๐ บาท ก่อนครอบกำหนดการเช่าจำเลยขอทำสัญญาเช่าต่อโจทก์นัดให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าต่อมิฉะนั้นให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจเช่าต่อจำเลยไม่ยอมไปทำสัญญาเช่ากับโจทก์ และคงอยู่ในสถานที่เช่าโดยละเมิดสิทธิของโจทก์ คิดค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารห้ามมิให้เกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออก จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวกับโจทก์ จำเลยมิได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์ต้องให้จำเลยเช่าต่ออีก ๓ ปี ตามที่โจทก์ให้คำมั่นไว้และจำเลยแสดงเจตนารับคำมั่นของโจทก์แล้วย่อมมีผลเป็นสัญญาเช่าฉบับใหม่ทันที กับต่อสู้ในข้ออื่น ๆ อีกหลายประการ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ปัญหามีว่า โจทก์ต้องให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไปอีก ๓ ปี เพราะมีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่เนื่องจากโจทก์ให้คำมั่น และจำเลยสนองรับคำมั่นหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทกับโจทก์จริงสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นอายุการเช่าแล้ว ตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยระบุว่า "ผู้ให้เช่าให้คำมั่นแก่ผู้เช่าว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญานี้แล้ว ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก ๓ ปี ตามเงื่อนไขประเพณีที่ได้กระทำกันในวันทำสัญญานี้ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องแสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้ผู้เช่าทราบภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันสัญญาเช่านี้ครบกำหนด" จำเลยได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อจากโจทก์ภายในกำหนด ๑ เดือน จริงแล้ววินิจฉัยว่าตามสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องที่โจทก์ให้คำมั่นไว้ เมื่อจำเลยได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อจากโจทก์ภายในกำหนดเวลาแล้วแสดงว่าจำเลยสนองรับคำมั่นของโจทก์แล้วย่อมถือได้ว่าโจทก์จำเลยมีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและประเพณีที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิม โดยไม่จำต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2517 นางอรวรรณ ฟูตระกูล โจทก์ นายพยนต์ นิ่มปิติวัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรวรรณ ฟูตระกูล · จำเลย - นายพยนต์ นิ่มปิติวัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยง โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1599/2506ฎีกา 249/2495ฎีกา 5542/2542ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 534/2509ฎีกา 734/2516ฎีกา 1678/2512ฎีกา 7609/2555ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1111/2494ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1439/2524ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา