คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับฝากทรัพย์มีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์สินที่รับฝากไว้แก่ผู้ฝาก และต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประมาทเลินเล่อของผู้รับฝากหรือลูกจ้างของผู้รับฝาก
ย่อคำพิพากษา
ผู้จัดการจำเลยเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล อนุญาตให้โจทก์จอดรถที่ปั๊มน้ำมันของจำเลย. แม้จำเลยจะไม่ได้รับบำเหน็จตอบแทนก็หาพ้นจากความรับผิดในฐานเป็นผู้รับฝากไม่
คนงานของจำเลยให้รถที่โจทก์ฝากแก่คนอื่นไปโดยมิได้ตรวจดูหนังสือที่มีผู้นำมาขอรับรถให้ดีเสียก่อนว่าเป็นลายมือชื่อของโจทก์หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่คนขายน้ำมันของจำเลยจำลายมือโจทก์ได้ ดังนี้ เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยต้องรับผิดใช้คืนแก่โจทก์
โจทก์เรียกเอาทรัพย์ที่ฝากไว้กับจำเลยคืน ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจะมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการประการใด จำเลยก็มีหน้าที่จะต้องคืนให้โจทก์จะอ้างว่าผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้
แม้ตามฟ้องโจทก์จะเรียกเอาค่าเสียหาย แต่โจทก์เรียกร้องเอาเท่ากับราคารถยนต์ จึงเป็นการเรียกเอาทรัพย์ที่ฝากคืนนั่นเองเมื่อรถสูญหายไป โจทก์จึงเรียกราคาแทน คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ฝากรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ก.ท.ผ. ๑๗๔๒ ราคา ๕๗,๕๐๐ บาทไว้ในความดูแลของจำเลย รถหายไป ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕๗,๕๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง
จำเลยให้การว่า โจทก์เช่ารถมาจากผู้อื่น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่เคยรับฝากรถจากโจทก์ จำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากรถคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๔๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งนับแต่วันฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ปัญหาที่ว่า จำเลยได้รับฝากรถจากโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาฟังว่านายกฤษณะผู้จัดการจำเลยอนุญาตให้โจทก์จอดรถที่ปั๊มจำเลยและให้มอบกุญแจไว้กับคนงานของจำเลย จึงเป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์มอบรถให้อยู่ในความดูแลของจำเลย แม้จำเลยจะไม่ได้รับบำเหน็จตอบแทนก็หาพ้นความรับผิดในฐานผู้รับฝากไม่
ปัญหาที่ว่า จำเลยประมาทเลินเล่อทำให้รถยนต์โจทก์สูญหายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าคนงานของจำเลยให้รถแก่คนอื่นไปโดยมิได้ตรวจดูหนังสือที่มีผู้นำมาขอรับรถให้ดีเสียก่อนว่าเป็นลายมือชื่อโจทก์หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่คนขายน้ำมันของจำเลยจำลายมือชื่อโจทก์ได้ เช่นนี้ เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจึงต้องรับผิดใช้คืนแก่โจทก์
ปัญหาที่ว่า จำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากรถ จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์เรียกเอาทรัพย์ที่ฝากไว้กับจำเลยคืน ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการประการใดจำเลยมีหน้าที่จะต้องคืนให้โจทก์ จะอ้างว่าผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้
ปัญหาเรื่องอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ตามฟ้องโจทก์จะเรียกเอาค่าเสียหาย แต่โจทก์เรียกร้องเอาเท่ากับราคารถยนต์ จึงเป็นการเรียกเอาทรัพย์ที่ฝากคืนนั่นเอง เมื่อรถสูญหายไป โจทก์จึงเรียกราคาแทน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2517
นายส่งฮ้อ แซ่แต้ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ส. กฤษณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายส่งฮ้อ แซ่แต้ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ส. กฤษณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสง่า อำพันแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม ดุลยสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา