⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2243/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาที่เกิดจากการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ แต่หากส่วนที่สมบูรณ์สามารถแยกออกจากส่วนที่เสียไปได้โดยไม่กระทบกระเทือนถึงเจตนาของคู่กรณี นิติกรรมส่วนที่สมบูรณ์นั้นยังคงมีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเจตนาจะซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนจำนวนเนื้อที่35 ตารางวา ครึ่ง ต่อกัน แต่โจทก์ได้ทำนิติกรรมขายที่ดินให้จำเลยไป 88 ตารางวา ครึ่ง โดยเชื่อว่าเจ้าพนักงานที่ดินได้ปฏิบัติไปถูกต้องแล้ว ถือว่าเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งนิติกรรมนิติกรรมจึงตกเป็นโมฆะ แต่เมื่อตามพฤติการณ์แห่งกรณีเห็นได้ชัดว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาจะซื้อขายที่ดินจำนวนเนื้อที่ 35 ตารางวา ครึ่ง การซื้อขายที่ดินในส่วนนี้จึงสมบูรณ์ แยกออกหากจากที่ดินจำนวนเนื้อที่ 53 ตารางวาของโจทก์ ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.119 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงกันทำการซื้อขายที่ดินส่วนที่นางสาวประเทืองขายฝากแก่โจทก์ไว้ เนื้อที่ 35 เศษหนึ่งส่วนสามตารางวา โดยเจ้าพนักงานที่ดินเขียนในโฉนดว่าโจทก์ขายเฉพาะส่วนของตน ซึ่งโจทก์เข้าใจว่าหมายถึงเฉพาะส่วนที่นางสาวประเทืองขายฝากแก่โจทก์ภายหลังจึงทราบว่ารวมไปถึงส่วนที่โจทก์รับโอนจากนายถนอม เนื้อที่ 53 ตารางวาด้วย โจทก์เห็นว่าเป็นการเขียนโดยความผิดหลงของเจ้าพนักงานที่ดิน จึงขอให้จำเลยจัดการแก้ไขแต่จำเลยไม่ยอม สามีโจทก์จึงบอกล้างสัญญาซื้อขายไป ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเฉพาะส่วนซึ่งเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์รับโอนจากนายถนอมเป็นโมฆะ กับให้จำเลยจัดการแก้ไขจดทะเบียนเสียใหม่ จำเลยให้การว่า การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์เอง ไม่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะการบอกล้างโมฆียะกรรมก็เลยกำหนดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและคำขอท้ายฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายในส่วนเกี่ยวกับที่ดินซึ่งโจทก์รับโอนมาจากนายถนอมเป็นโมฆะ คงมีผลสมบูรณ์เฉพาะของนางสาวประเทืองที่ขายฝากไว้กับโจทก์เท่านั้นให้จำเลยจัดการแก้ไขจดทะเบียนให้ถูกต้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานที่ดินมิได้ทราบเรื่องราวว่าโจทก์มีส่วนได้ที่ดินในโฉนดพิพาทอยู่ก่อน 53 ตารางวา และมิได้ตรวจสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดพิพาทให้ละเอียด คิดว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในโฉนดพิพาทเพียง 35 เศษหนึ่งส่วนสาม ตารางวา จึงได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนว่าโจทก์ขายเฉพาะส่วนของโจทก์แก่จำเลยเป็นความหลงผิดของเจ้าพนักงานที่ดินเอง จะถือว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อยังไม่ได้ เรื่องราวที่มาทำการซื้อขายกันครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดินของนางสาวประเทืองโดยตลอด ซึ่งโจทก์จำเลยต่างก็เข้าใจว่าเจ้าพนักงานที่ดินคงทำนิติกรรมและจดทะเบียนไปตามนั้นการที่โจทก์ทำนิติกรรมขายที่ดินเฉพาะส่วนให้จำเลยไปตามสัญญาซื้อขายเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งนิติกรรม จึงตกเป็นโมฆะแต่ตามพฤติการณ์แห่งกรณีเห็นได้ชัดว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาจะซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนของนางสาวประเทืองจำนวน 35 เศษหนึ่งส่วนสามตารางวาต่อกัน การซื้อขายที่ดินในส่วนนี้จึงสมบูรณ์และแยกออกหากจากที่ดินจำนวน 53 ตารางวาของโจทก์ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2517 นางรำพึง จันทร์สุวรรณ โจทก์ จ่าสิบตำรวจหล่อ มามาก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรำพึง จันทร์สุวรรณ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจหล่อ มามาก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 242/2511ฎีกา 357/2509ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2694/2535ฎีกา 224/2530ฎีกา 5753/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 824/2545ฎีกา 390/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2503/2523ฎีกา 795/2545ฎีกา 2763/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 258/2530ฎีกา 912/2490ฎีกา 2131/2537ฎีกา 994/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา