⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 516/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในกรรมเดียวผิดกฎหมายซ้ำกันสองครั้ง ศาลชอบที่จะยกฟ้องคดีที่ฟ้องซ้ำเสีย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยดำรงชีพอยู่ด้วยรายได้ของหญิงในการค้าประเวณีสำนวนหนึ่งและในวันเดียวกันโจทก์ยังฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำผิดอันเดียวกันเป็นอีกสำนวนหนึ่งว่าจำเลยเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณีโดยมิได้ขอให้พิจารณา คดีรวมกันเห็นได้ว่าเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษในกรรมเดียวซ้ำกัน 2 ครั้งข้อหาในอีกสำนวนหนึ่งนั้นย่อมหมายความว่าจำเลยมีรายได้จากสินจ้างซึ่งได้รับจากลูกค้าของสถานการค้าประเวณี แล้วจำเลยแบ่งรายได้นั้นให้แก่หญิงที่ค้าประเวณีแต่ข้อหาในสำนวนนี้ว่าจำเลยดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงที่ค้าประเวณีในสถานที่แห่งเดียวกัน เมื่อในคดีอีกสำนวนหนึ่งนั้นจำเลยรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้อง และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วจึงชอบที่ศาลจะยกฟ้องคดีสำนวนนี้เสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.10 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.286

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ถึงวันที่๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นสำหรับดำรงชีพ ได้ดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงในการค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๐ นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า ข้อหาที่จำเลยถูกฟ้องคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ เป็นกรรมเดียวกัน พนักงานสอบสวนแยกสอบสวนเป็นสองสำนวน โจทก์จึงฟ้องเป็นสองสำนวน สำหรับคดีดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ ที่โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาว่าเป็นเจ้าของและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย วินิจฉัยว่า ข้อหาที่จำเลยถูกฟ้องคดีนี้และคดีดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ เป็นกรรมเดียวกัน สำหรับคดีอาญาดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วเป็นคดีแดงที่ ๑๓๑๔/๒๕๑๕สิทธิของโจทก์ที่นำคดีมาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะรวมการพิจารณาคดีนี้กับคดีดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ คดีแดงที่ ๑๓๑๔/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น แล้วลงโทษด้วยบทหนัก เพราะการกระทำความผิด ๒ คดีนี้เป็นกรรมเดียวกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยถูกฟ้องเป็นคดีนี้สำนวนหนึ่ง และในวันเดียวกันนั้นพนักงานอัยการโจทก์ยังได้ยื่นฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำความผิดในวันเวลาเดียวกันเป็นอีกสำนวนหนึ่ง คือ คดีหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น ในข้อหาว่าเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณี ซึ่งโจทก์เองเห็นว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกันแต่มิได้ร้องขอให้พิจารณาคดีรวมกัน กลับขอให้นับโทษคดีทั้งสองต่อซึ่งกันและกัน คดีหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ นั้น จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๑๓๑๔/๒๕๑๕โจทก์อุทธรณ์ในคดีนั้นขอให้รวมการพิจารณาเข้ากับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จะรวมการพิจารณาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล กรณีไม่มีเหตุที่จะสั่งรวมพิจารณา พิพากษายืน โจทก์ยังฎีกาคดีนั้นต่อมา เห็นว่า ข้อหาของคดีทั้งสองสำนวนนี้เนื่องจากการกระทำอันเดียวกันในเวลาและสถานที่เดียวกัน ตามข้อหาในคดีหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕หมายเลขแดงที่ ๑๓๑๔/๒๕๑๕ นั้นย่อมหมายความว่า จำเลยมีรายได้จากสินจ้างซึ่งจำเลยหรือพนักงานของจำเลยได้รับจากลูกค้าของสถานการค้าประเวณีที่จำเลยเป็นผู้จัดการ แล้วจำเลยจึงแบ่งเงินรายได้นั้นให้แก่หญิงซึ่งทำการค้าประเวณีในการค้าประเวณีนั้น หญิงซึ่งค้าประเวณีจึงเป็นฝ่ายมีรายได้จากการจัดการของจำเลยจากลักษณะของการกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้ โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ด้วยว่าจำเลยดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีในสถานที่แห่งเดียวกันนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษในกรรมเดียวซ้ำกันเป็นครั้งที่สอง ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์เองประกอบกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ ๑๓๒๐/๒๕๑๕ และได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วก็ชอบที่จะพิพากษายกฟ้องคดีนี้ซึ่งเป็นกรรมเดียวกับที่ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ปัญหาที่ว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะรวมการพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนนี้หรือไม่ ยอมตกไปในตัว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2517 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นางเชื่อม พุ่มสอน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นางเชื่อม พุ่มสอน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายปราโมทย์ มาลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1656/2512ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 3026/2517ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1979/2521ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 738/2536ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1516/2549ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 3184/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา