คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการผู้จัดการของบริษัทออกเช็คโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค ถือว่ากรรมการผู้นั้นเป็นตัวการร่วมกับบริษัทในการกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
บริษัทจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 เป็น กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 มีอำนาจลงชื่อแทนจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็คอันเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแล้วก็ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้และมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองติดต่อค้าขายกับโจทก์ มีหนี้สินติดค้างกันอยู่ ได้คิดบัญชีกันเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2514 จำเลยค้างชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 284,041.66 บาท จึงทำบันทึกตกลงชำระหนี้กันไว้ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน 10,000 บาท เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์ได้นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันออกเช็คโดยรู้อยู่แล้วว่าขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค หรือเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ปรับจำเลยที่ 1 หนึ่งหมื่นบาท จำคุกจำเลยที่ 2 สองเดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาข้อ 1
ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้อ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 2 ลงนามสั่งจ่ายเงินในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 มิได้ลงนามในฐานะส่วนตัว และบัญชีเงินฝากในธนาคารของอเมริกาก็เป็นบัญชีเงินฝากในนามของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดทางอาญาเป็นส่วนตัว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีปัญหาในชั้นฎีกาแต่เฉพาะข้อกฎหมายซึ่งศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ได้ออกเช็คหมาย จ.1 สั่งจ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทในนามของจำเลยที่ 1 มอบให้โจทก์ไว้เป็นการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 มีอำนาจลงชื่อแทนจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองของหอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ศาลฎีกาเห็นว่า การดำเนินกิจการของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยทางผู้แทนทั้งหลายของบริษัท เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค อันเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว ก็ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้ และมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2517
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บี. กริมแอนโก โจทก์
โดยนาย ธีระยุทธ ไกรณรงค์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
บริษัทการาเอ็นยิเนียริง จำกัด จำเลย
โดยนายยี. เอ โรห์สต๊อก กรรมการผู้จัดการ ที่ 1 นายยี. เอ. โรห์สต๊อก ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บี. กริมแอนโก · โจทก์ - โดยนาย ธีระยุทธ ไกรณรงค์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทการาเอ็นยิเนียริง จำกัด · จำเลย - โดยนายยี. เอ โรห์สต๊อก กรรมการผู้จัดการ ที่ 1 นายยี. เอ. โรห์สต๊อก ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา