คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล เป็นการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งไม่นำบทบัญญัติเรื่องกำหนดเวลาในการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาเกี่ยวข้องอีก
ย่อคำพิพากษา
ศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรับเงิน 40,000 บาท แล้วไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทให้โจทก์ ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 1 เดือน ครั้นพ้นกำหนดตามคำบังคับแล้วโจทก์จึงวางเงิน 40,000 บาทต่อศาล จำเลยจะอ้างว่าเมื่อโจทก์ไม่วางเงินต่อศาลภายในกำหนด 1 เดือน ตามคำบังคับ ต้องถือว่าโจทก์สละสิทธิ ที่พิพาทหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยโดยเด็ดขาดดังนี้หาได้ไม่ การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์ภายใน 10 ปี เป็นการใช้สิทธิตามคำพิพากษาของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จะนำบทบัญญัติในเรื่องกำหนดเวลาในการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาเกี่ยวข้องอีกไม่ได้ และไม่ถือว่าเป็นการขยายเวลาไถ่ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 496 ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีเนื่องจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรับเงิน ๔๐,๐๐๐บาท แล้วไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้โจทก์ชำระเงินผลประโยชน์แก่จำเลยตามฟ้องแย้ง ๓๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๑ เดือน คดีในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องของโจทก์ถึงที่สุด ไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ครั้นพ้นกำหนดตามคำบังคับจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ ว่า โจทก์ไม่ใช้สิทธิไถ่ตามคำบังคับ และไม่นำเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทมาวางศาล ถือว่าโจทก์สละสิทธิไถ่ถอน ที่พิพาทหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลย ขอให้ศาลคืนโฉนดที่ดินรายพิพาทแก่จำเลย ศาลชั้นต้นส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และนัดสอบถาม โจทก์ยื่นคำคัดค้าน พร้อมกับวางเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทต่อศาล
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลบังคับจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีให้ยอมให้โจทก์ไถ่ถอนโจทก์ย่อมมีสิทธิไถ่ถอนได้ภายในอายุความการบังคับคดี ให้ยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ขอให้บังคับคดี เป็นการใช้สิทธิตามคำพิพากษาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการขายฝาก เพราะเป็นเรื่องที่ล่วงเลยการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากมาจนศาลได้พิพากษาคดีแล้ว จะนำบทบัญญัติในเรื่องกำหนดเวลาในการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาเกี่ยวข้องอีกไม่ได้ กฎหมายทั้งสองเรื่องจึงไม่ขัดกัน และไม่เป็นการขยายเวลาไถ่ทรัพย์ดังฎีกาของจำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2517
นางอุบล วสุวัต โจทก์
นายบุญเลิศ กุลประดิษฐ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอุบล วสุวัต · จำเลย - นายบุญเลิศ กุลประดิษฐ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ · รื่น วิไลชนม์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉันท์ วรวิทย์สัตถญาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา