คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อขายหรือจำหน่าย เป็นความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อขายหรือจำหน่าย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504มาตรา 6 ศาลอุทธรณ์ปรับบทตามมาตรา 20 ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาด้วย เป็นการเกินไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อขาย จำหน่าย โดยจำเลยมิได้ซื้อหรือได้มาจากผู้จำหน่ายที่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายและโดยจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้ซื้อยาเสพติดนั้นได้ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๖, ๗ ขอให้ริบเฮโรอีน หลอดพลาสติก และฝาพลาสติกของกลางกันนับโทษต่อจากคดีอาญาดำที่ ๑๐๒๖/๒๕๑๕
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยคดีอาญาดำที่ ๑๐๒๖/๒๕๑๕
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๓, ๒๐ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๕, ๖, ๗ ตามที่บัญญัติเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี แต่ให้ลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษเพื่อขายหรือจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนักบทเดียว จำคุกจำเลย ๑๘ ปี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดให้ ๓ ปี คงจำคุก ๑๕ ปี ของกลางริบ ยกคำขอให้นับโทษต่อ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๖, ๗
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนประกอบกับของกลาง แสดงให้เห็นว่ามีไว้เพื่อการขายหรือจำหน่าย จึงเชื่อได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายหรือจำหน่ายจริงตามฟ้อง แต่ความผิดของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทตามมาตรา ๒๐ ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาด้วยนั้น เป็นการเกินไป
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2517
พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์
นายธวัช กล้าผจัญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายธวัช กล้าผจัญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายสุพล พันธุมโน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา