คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำละเมิดเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่กระทำผิด และผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นอยู่แล้วแม้จะไม่ได้กระทำละเมิด
* การขอให้ศาลส่งคืนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดในคดีอาญา ไม่เป็นการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน
* การไม่ยื่นบัญชีพยานตามกำหนดเวลาอันเนื่องมาจากความผิดของคู่ความเอง ศาลย่อมมีอำนาจไม่รับพยานหลักฐานนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้คนลักไม้ของโจทก์ไปศาลลงโทษจำเลยแล้วไม้เป็นของกลางอยู่ที่สถานีตำรวจถูกไฟไหม้หมด จำเลยทำละเมิดตั้งแต่วันลักไม้เมื่อจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าแม้จะไม่ละเมิดก็ยังเสียหายอยู่นั่นเองจำเลยต้องรับผิด
ในคดีอาญาอัยการขอเพียงให้ศาลส่งคืนไม้ของกลางที่จำเลยใช้คนลักไปส่วนคำขอส่วนแพ่งให้ใช้ราคาในคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องเองศาลจำหน่ายเพราะไม่เสียค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลโจทก์ฟ้องคดีแพ่งใหม่เรียกราคาไม้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
จำเลยไม่ยื่นบัญชีพยานตามกำหนดอ้างว่าเพราะตัวจำเลยไม่แจ้งวันนัดแก่ทนายจำเลย เป็นความผิดของจำเลยเองศาลไม่รับระบุพยานชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวพิกุล ภุมมวัน · จำเลย - พ.จ.อ.บัญญัติ ใจจำนง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา