คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1126/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยอ้างว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้อ้างบทกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ไม่ได้ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนปล้นทรัพย์จับได้พร้อมด้วยปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตแต่โจทก์อ้างบทขอให้ลงโทษแต่ฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้อ้างบทตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯแม้ได้ความตามฟ้องดังนี้ก็แสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องแล้วพ้นเวลาที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องลงโทษตาม พระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายประกอบ สงึมรัมย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัช สิทธิชัย · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา