คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 188/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นบุตรหลานของผู้บริจาคที่ดินให้แก่มัสยิด หรือเป็นสัปบุรุษของมัสยิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงที่จะฟ้องคดีอาญาฐานลักทรัพย์หรือทำให้เสียทรัพย์ของมัสยิดได้
ย่อคำพิพากษา
ที่ฝังศพอยู่ในบริเวณที่ผู้สร้างมัสยิดได้อุทิศแก่ชาวอิสลามทั่วไปแล้วตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 กรรมการของนิติบุคคลมีหน้าที่บำรุงรักษา โจทก์อ้างว่าเป็นบุตรหลานของผู้อุทิศ เป็นสัปบุรุษแห่งมัสยิดและที่ปรึกษาของกรรมการกลางอิสลาม ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะเป็นโจทก์ฟ้องความผิดฐานลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ของมัสยิดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจ๊ะอับดุลลาห์ หลังปูเต๊ะ ที่ 1 นายสวาย บินมาราเฮ็ม ที่ 2 · จำเลย - นายสมาน ดังเดน ที่ 1 นายยูโซป ไปรหยัน ที่ 2 · จำเลย - นายเอนก ปะลาวัน ที่ 3 นายอับดุล ไชยกุล ที่ 4 · จำเลย - นายสมาน ละมัยสอาด ที่ 5 นายชะเอม สุปราณี ที่ 6 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา