⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2168/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนรับชำระหนี้แทนตัวการแล้ว เงินนั้นย่อมเป็นของตัวการ แม้ภายหลังสัญญาจะเลิกกัน ตัวการก็มีสิทธิในเงินนั้น ตัวแทนจะคืนเงินแก่ลูกหนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เงิน 10,000 บาทที่โจทก์ชำระให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท ย. เป็นค่าเช่าซื้อรถไถนาที่โจทก์เช่าซื้อจากบริษัท ย. จำเลยยังไม่ส่งมอบให้บริษัท จนเป็นเหตุให้บริษัทบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ยึดรถไถนาคืนและฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ก็ตาม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงิน 10,000 บาทคืนจากจำเลย เพราะจำเลยรับเงินจำนวนนี้ไว้แทน และจะต้องส่งเงินให้แก่บริษัท เงินที่จำเลยรับไว้จากโจทก์จึงเป็นการรับชำระหนี้ไว้โดยชอบในฐานะตัวแทนและเป็นของบริษัท ไม่ใช่ของโจทก์หรือของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.810 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.824

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑เป็นตัวแทนบริษัทยนตรภัณฑ์ จำกัด จำเลยตกลงขายรถแทร็กเตอร์ใช้แล้วพร้อมอุปกรณ์ไถบุกเบิก ๑ คันให้โจทก์ในราคา ๓๕,๗๐๐ บาท โดยวิธีเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ได้รับเช็คเงินสดจำนวน ๑๒,๐๐๐ บาทไว้เป็นเงินมัดจำ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ซึ่งอยู่บ้านเดียวกับจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินค่างวดจากโจทก์อีก ๘,๐๐๐ บาท รวม ๒คราว เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ติดต่อให้บริษัททำสัญญาเช่าซื้อให้โจทก์จนเวลาล่วงไป ๖ เดือน โจทก์จึงได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทยนตรภัณฑ์ และชำระค่ารถในวันทำสัญญา ๑๐,๐๐๐บาท และได้ชำระในเดือนมีนาคม ๒๕๑๕ อีก ๕,๐๐๐ บาท คงค้างชำระอีก ๗๐๐ บาท จำเลยมิได้นำเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่รับไปจากโจทก์ส่งให้บริษัทยนตรภัณฑ์ เป็นเหตุให้บริษัทอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาเช่าซื้อ บอกเลิกสัญญายึดรถคืนไป และเรียกค่าเสียหายจากโจทก์อีกเป็นเงิน ๒๑,๙๙๐ บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้ใช้ค่าเสียหาย ๒๔,๐๐๐บาท ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ผิดนัด ถูกบริษัทยึดรถและถูกฟ้อง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของจำเลยทั้งสอง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามฟ้องว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์ชำระให้จำเลยซึ่ง เป็นค่าเช่าซื้อรถไถนาที่โจทก์เช่าซื้อจากบริษัทยนตรภัณฑ์ จำเลยยังไม่ส่งมอบให้บริษัทยนตรภัณฑ์ จนเป็นเหตุให้บริษัทบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ยึดรถไถนาคืนและฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ก็ตาม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทคืนจากจำเลย เพราะจำเลยรับเงินจำนวนนี้ไว้แทนบริษัทยนตรภัณฑ์เป็นค่าเช่าซื้อ และตามฟ้องโจทก์ก็ยอมรับว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทยนตรภัณพ์ จะต้องส่งเงินที่โจทก์ชำระเป็นค่าเช่าซื้อรถให้แก่บริษัทยนตรภัณฑ์ เงินค่าเช่าซื้อ ที่จำเลยรับไว้จากโจทก์จึงเป็นการรับชำระหนี้ไว้โดยชอบในฐานะตัวแทนและเป็นของบริษัทยนตรภัณฑ์ เป็นเงินของบริษัทยนตภัณฑ์ ไม่ใช่ของโจทก์หรือของจำเลย พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (สวงน สิทธิไชย อุดม จาละ ปรีชา สุมาวงศ์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2518 นายสวาด จันทร์ฉาย โจทก์ นายตันกวาง แซ่ห่าน ที่ 1 กับพวกรวม 2คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวาด จันทร์ฉาย · จำเลย - นายตันกวาง แซ่ห่าน ที่ 1 กับพวกรวม 2คน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายปราโมทย์ มาลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส อมรสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา