คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หากมีทายาทอื่นเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้ว และทายาทที่ถูกเสนอให้เป็นผู้รับมรดกความแทนจำเลยปฏิเสธไม่รับมรดกความ ก็ไม่เป็นการสมควรที่จะตั้งผู้นั้นเป็นผู้รับมรดกความแทนจำเลย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมรณะในระหว่างที่การบังคับคดีตามคำพิพากษายังไม่เสร็จสิ้นกรณีเป็นเรื่องที่ว่าสมควรจะแต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้รับมรดกความแทนจำเลยเพื่อบังคับคดีให้เสร็จสิ้นไป แม้ผู้คัดค้านจะเป็นบุตรซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของจำเลย และได้เคยเข้ามาเกี่ยวข้องโต้เถียงสิทธิที่มีอยู่ของผู้คัดค้านในชั้นบังคับคดีนี้อยู่ก่อนก็ตาม แต่เมื่อผู้คัดค้านปฏิเสธไม่ยอมรับมรดกความ และปรากฏว่ายังมีทายาทอื่นเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยอยู่เช่นนี้ กรณีจึงไม่เป็นการสมควรที่จะแต่งตั้งผู้คัดค้านเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาตามยอมให้ขับไล่จำเลย ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญา จำเลยยังมิได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โจทก์จึงยื่นคำร้องว่าจำเลยจงใจขัดขืนคำบังคับต่อมาคู่ความตกลงกันว่า ให้โจทก์ไปร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครปูโฉนดของโจทก์กับของนางสาวกานดาซึ่งเป็นบุตรจำเลยว่าเขตโฉนดของโจทก์ถึงไหน จำเลยก็จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกเพียงนั้นนางสาวกานดาได้ลงชื่อรับทราบเรื่องนี้ไว้ แต่ครั้นเจ้าพนักงานที่ดินมาปูโฉนด จำเลยกับนางสาวกานดากลับไม่ยอมให้ทำการปูโฉนด เข้าไปในเขตรั้วของจำเลยที่จำเลยไม่ยอมรื้อ เจ้าพนักงานที่ดินจึงทำการปูโฉนดไม่ได้ และจำเลยแถลงว่าเป็นเรื่องที่นางสาวกานดาไม่ยอมเอง ต่อมาจำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกนางสาวกานดาเข้ามาเป็นคู่ความในฐานะแทนจำเลยผู้มรณะ นางสาวกานดาปฏิเสธไม่ยอมรับมรดกความ และคัดค้านว่านายบัญชาพี่ชายเป็นผู้ครอบครองจัดการทรัพย์สินของผู้มรณะ อยู่ในฐานะผู้จัดการมรดก จึงขอให้เรียกนายบัญชาพี่ชายมาเป็นคู่ความแทนจำเลยผู้มรณะ
ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้ว มีคำสั่งตั้งนางสาวกานดาผู้คัดค้านเข้าเป็นจำเลยในคดีนี้แทนจำเลยผู้มรณะ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ผู้คัดค้านฎีกาต่อมา
วินิจฉัยว่า กรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องอยู่ในชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษายังไม่เสร็จสิ้น แต่จำเลยมาตายเสียก่อน ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยตายสิทธิและหน้าที่ตลอดจนทรัพย์สินของจำเลยตกทอดมายังทายาท ผู้คัดค้านก็เป็นทายาทคนหนึ่งมีสิทธิรับมรดกของจำเลย แต่มีนายบัญชาที่เป็นผู้จัดการมรดกตามที่ผู้คัดค้านอ้างอยู่เช่นนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องว่าสมควรจะแต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้รับมรดกความแทนจำเลยเพื่อบังคับคดีให้เสร็จไป ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้ผู้คัดค้านจะได้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ก่อนดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้เหตุผลมา แต่ก็เป็นการที่ผู้คัดค้านเถียงสิทธิที่มีอยู่ของผู้คัดค้านเท่านั้น กรณีจึงไม่เป็นการสมควรที่จะแต่งตั้งผู้คัดค้านเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยผู้มรณะ เพราะยังมีบุคคลที่สมควรยิ่งกว่า ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นจำเลยแทนจำเลยผู้มรณะนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องของโจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นสมควรให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184/2518
นางวิไล รัตตกุล โดยนายพิชัย รัตตกุล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นางสาวกานดา อริยพงศ์ ผู้คัดค้าน
นายเอี้ย เชี้ยวเม้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวิไล รัตตกุล โดยนายพิชัย รัตตกุล ผู้รับมอบอำนาจ · ผู้คัดค้าน - นางสาวกานดา อริยพงศ์ · จำเลย - นายเอี้ย เชี้ยวเม้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด มงคลชาติ · ประสาท สุคนธมาน · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา