⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2400/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2400/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้ครอบครองทรัพย์สินแล้วเบียดบังเอาไปโดยทุจริต ถือเป็นองค์ประกอบความผิดฐานยักยอก

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องว่ายักยอกเครื่องมือและอุปกรณ์การทำเหมืองแร่ ข้อสำคัญในคดีมีอยู่ว่า โจทก์ได้ครอบครองทรัพย์ดังกล่าวแล้วเบียดบังเอาเป็นของโจทก์โดยทุจริตหรือไม่ในเมื่องคดีนั้นโจทก์เองได้เบิกคามรับว่าได้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ดังกล่าวทำเหมืองแร่บางส่วน จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ครองครองเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่นั้น ฉะนั้นที่จำเลยเบิกความว่าโจทก์เป็นผู้ลงชื่อรับเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่ดังกล่าวไป จึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี จำเลยไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาซึ่งโจทก์ถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาความผิดฐานยักยอกต่อศาลชั้นต้นว่า "จำเลยลงชื่อรับสิ่งของไว้ก่อนที่จะนำของเหล่านี้ไปใช้ทำเหมือนแร่" ความจริงโจทก์ไม่เคยลงชื่อรับของต่าง ๆ จากบริษัทสตูบูโลไลบิลิตี้ซึ่งมีจำเลยเป็นประธานกรรมการ ข้อความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีอาญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรคแรก จำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ตามที่โจทก์ฟ้อง ความเท็จที่โจท์กล่าวหาว่าจำเลยเบิกความนั้นจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีด้วย จำเลยจึงจะมีความผิด คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าคำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายไว้ในฟ้องและนำสืบเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ คดีอาญาที่โจทก์ทั้งสองถูกฟ้องว่ายักยอกทรัพย์ ตามสำนวนคดีอาญาของศาลชั้นต้นหมายเลขดำที่ ๑๗๗/๒๕๑๖ ข้อสำคัญในคดีมีอยู่ว่า โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของบริษัทที่จำเลยเป็นประธานกรรมการ และเบียดบังเอาเป็นของโจทก์ทั้งสองโดยทุจริตหรือไม่ เมื่อโจกก์รับว่าได้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ดังกล่าวทำเหมืองแร่บางส่วนจากบริษัทซึ่งมีจำเลยเป็นประธานกรรมการในการทำเมืองแร่ จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ครองครองเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่นั้น เพียงแต่โจทก์ทั้งสองโต้เถียงว่าได้คืนเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่ให้แก่บริษัทไปครบถ้วนเมื่อเลิกสัญญาหุ้นส่วนกันแล้ว ฉะนั้นข้อเท็จจริงที่จำเลยเบิกความในคดีอาญาว่า โจทก์เป็นผู้ลงชื่อรับเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่ไป จึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี จำเลยไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๗ พิพากษายืน (ชุบ วีระเวคิน กฤษณ์ โสภิตกุล สุมิตร ฟังทองพรรณ) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2400/2518 นายสุทัศน์ ลิมปานนท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นายโรแนลด์ เอช.แอสดิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุทัศน์ ลิมปานนท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - นายโรแนลด์ เอช.แอสดิว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุญยภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา