⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2598/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2518

ป.พ.พ. ม.1001, 1002

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความฟ้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินมีกำหนด 3 ปีนับแต่วันถึงกำหนดใช้เงินตามมาตรา 1001 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

อายุความฟ้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินมีกำหนด 3 ปีตามมาตรา 1001 ส่วนมาตรา 1002 เป็นกำหนดอายุความฟ้องคดีเช็คและตั๋วแลกเงิน (ในกรณีที่เป็นผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่าย)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1001 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1001 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาลพบุรี ซึ่งเป็นสาขาของโจทก์ จำนวน ๑ ฉบับ โดยจำเลยที่ ๑ สัญญาว่าจะจ่ายเงิน ๕๙,๖๐๐ บาทให้แก่โจทก์ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยที ๒ เป็นผู้รับอาวัล เมื่อครบกำหนดจ่ายเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่นำเงินไปชำระให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันใช้เงิน ๕๙,๖๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินประเภทไม่จำต้องคัดค้าน และมีกำหนดเวลาแน่นอน คือภายใน ๓๐ วัน ตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวจึงครบกำหนดชำระเงินในวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๒ ต้องฟ้องภายในกำหนด ๑ ปี โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๑๕ คดีจึงขาดอายุความ ฯลฯ ชั้นพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องอายุความเพียงประเด็นเดียวว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ต่างฝ่ายต่างไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นฟังว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุคาม พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๘๒,๓๙๑.๖๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๘๒,๓๙๑.๖๐ บาทแก่โจทก์ และดอกเบี้ยสำหรับต้นเงิน ๕๙,๖๐๐ บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินแม้จะเป็นตั๋วเงินประเภทตามความในมาตรา ๘๙๘ แต่มีลักษณะแตกต่างจากตั๋วเงินประเภทที่เป็นตั๋วแลกเงินและเช็คซึ่งเป็นตราสารชนิดที่เรียกว่าบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้สั่งจ่าย สั่งบุคคลอีกคนหนึ่งให้ใช้เงิน ส่วนตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นเป็นตั๋วเงินประเภทซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ออกตั๋ว ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เป็นประเภทที่ผู้ออกตั๋วนั้นเอง เป็นผู้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงิน มิได้สั่งผู้ใดให้ใช้เงิน จึงมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งข้อความที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๐๑ ก็กำหนดไว้ชัดว่าเป็นอายุความที่ใช้กับผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งมีกำหนดเวลาสามปี ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าบทบัญญัติในมาตรา ๑๐๐๒ เป็นกำหนดอายุความฟ้องคดีเช็คและตั๋วแลกเงิน (ในกรณีที่เป็นผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่าย) ซึ่งนำมาใช้กับกรณีเรื่องตั๋วสัญญาใช้เงินเช่นคดีนี้ไม่ได้ คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุคามนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน (วิทูร เทพพิทักษ์ ล้วน นิลกำแหง มงคล วัลยะเพ็ชร์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2518 ธนาคารนครหลวง จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ และนางยงยุทธ นิมจิร วัฒน์ กรรมการ โจทก์ นายเป้งง้วน แซ่แต้ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความนิมจิร - ธนาคารนครหลวง จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ และนางยงยุทธ · โจทก์ - วัฒน์ กรรมการ · จำเลย - นายเป้งง้วน แซ่แต้ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสัญชัย สิงหะกะ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5355/2530ฎีกา 104/2518ฎีกา 1410/2525ฎีกา 6196/2537ฎีกา 2188/2527ฎีกา 2499/2519ฎีกา 4687/2536ฎีกา 2317/2540ฎีกา 944/2529ฎีกา 1043/2534ฎีกา 1716/2499ฎีกา 3506/2528ฎีกา 4293/2536ฎีกา 14/2498ฎีกา 5328/2537ฎีกา 9121/2538ฎีกา 2978/2523ฎีกา 514/2518ฎีกา 5547/2537ฎีกา 1822/2536ฎีกา 2012/2530ฎีกา 2015/2532ฎีกา 4072/2545ฎีกา 1374/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา