⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2621/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นรับเช็คไปแทนเจ้าหนี้โดยเจ้าหนี้ไม่ได้สลักหลังให้ ถือว่าบุคคลนั้นเป็นเพียงผู้เก็บรักษาเช็คแทนเจ้าหนี้เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค และไม่มีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามเช็คนั้นในฐานะผู้เสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

ส. เป็นบุตร จ. ช่วย จ. ค้าขายอยู่ในร้าน จำเลยออกเช็คจ่ายเงินสดชำระหนี้ให้แก่ร้าน ขณะที่จำเลยนำเช็คมาชำระหนี้นั้น จ. และ ส. อยู่พร้อมหน้ากัน จำเลยมอบเช็คให้ ส. แต่ก่อนที่ ส. จะรับเช็คไว้ ส. ได้ให้ จ. ตรวจดูเช็คนั้นแล้ว ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดจ่ายเงิน ส. ได้ใช้ให้คนนำเช็คไปเบิกเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ถือได้ว่า จ. เจ้าของร้านผู้เป็นเจ้าหนี้เป็นผู้ทรงเช็ค ส. เป็นเพียงผู้เก็บรักษาเช็คไว้แทน จ. เท่านั้น ส. ไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค ส. ก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย การที่ ส. ไปร้องทุกข์เป็นผู้เสียหายเสียเองจึงไม่ชอบ และพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2518)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ จำกัด สาขาเมืองพานจ่ายเงิน ๙๑,๐๖๒ บาท ๒๕ สตางค์ให้แก่นายสุรชัยเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้า เมื่อถึงกำหนดวันสั่งจ่ายสุรชัยได้นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินเพราะไม่มีเงินพอจ่าย ทั้งนี้จำเลยออกโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และออกเช็คให้ใช้เงินจำนวนสูงกว่าเงินในบัญชีอันจะให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็ค นายสุรชัยผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานเอาคดีขึ้นว่ากล่าวกับจำเลยแล้ว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำคุก ๓ เดือน จำเลยอุทธรณ์ว่า นายสุรชัยไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ได้กระทำผิดดังฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายสุรชัยมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง แต่คดีน่าเชื่อว่าจำเลยเซ็นชื่อในเช็คโดยไม่ได้ลงวันที่ ไม่มีทางที่จะให้จำเลยทราบได้ว่าจะให้มีการใช้เงินตามเช็คในวันใด ไม่มีผลที่จะลงโทษทางอาญาแก่จำเลยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ออกเช็คชำระค่าสินค้าแก่ร้ายจิวเม่งเฮงจริง แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีได้ความว่านายสุรชัยเป็นบุตรจิวหง ช่วย นายจิวหงค้าขายอยู่ในร้าน จำเลยออกเช็คจ่ายเงินสดชำระหนี้ให้แก่ร้านจิวเม่งเฮง ขณะที่จำเลยนำเช็คมาชำระหนี้นั้น นายจิวทงและสุรชัย อยู่พร้อมหน้ากัน ถึงจำเลยจะมอบเช็คให้นายสุรชัย แต่ก่อนที่นายสุรชัยจะรับเช็คไว้ นายสุรชัยได้ให้นายจิวหงตรวจดูเช็คนั้นแล้ว ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดจ่ายเงิน นายสุรชัยให้นายสุพัตรนำเช็คไปเบิกเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน กรณีเช่นนี้ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า ถือได้ว่านายจิวหงเจ้าของร้านร้านจิวเม่งเฮงเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้ทรงเช็ค เช็คฉบับนี้นายสุรชัย เป็นเพียงผู้เก็บรักษาเช็คไว้แทนนายจิวทงเท่านั้น เมื่อนายสุรชัยไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค นายสุรชัยก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์เป็นผู้เสียหายเสียเองการร้องทุกข์จึงไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2518 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายตี๋หรือจำรัส ไชยสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายตี๋หรือจำรัส ไชยสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสุรัช มุ่งศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส อมรสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 3593/2529ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1342/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา