⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 361/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ทรัพย์สินสาธารณะถูกใช้ประโยชน์ได้ยากขึ้น แต่ยังคงสภาพเดิมและไม่ได้มีเจตนาทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายหรือไร้ประโยชน์ ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยล้อมรั้วที่ดินตาม น.ส.3 ของจำเลยรุกล้ำเข้าห้วยสาธารณะกั้นเอาบ่อน้ำสาธารณะมาเป็นของตน ทำให้ประชาชนเข้าไปใช้น้ำในบ่อไม่ได้ โดยมีเจตนาจะเอาบ่อน้ำนั้นไว้ใช้เป็นส่วนตัว มิได้มุ่งหมายหรือมีเจตนาโดยตรงที่จะทำให้บ่อน้ำนั้นเสียหายหรือไร้ประโยชน์และบ่อน้ำคงมีสภาพเป็นบ่อน้ำอยู่ ตามเดิม ไม่ได้ถูกทำให้ไร้ประโยชน์ไปอย่างใด ดังนี้การล้อมรั้วกั้นเอาบ่อน้ำไว้จึงเป็นการห่างไกลเกินความประสงค์ของจำเลยในเรื่องทำให้บ่อน้ำนั้นเสียหายหรือ ไร้ประโยชน์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจล้อมรั้วยึดถือครอบครองที่ดินลำห้วยเมืองและบ่อน้ำอันเป็นทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณะ ประโยชน์เป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๐ ตารางวา เป็นเหตุให้ที่ดินลำห้วยเมืองและบ่อดังกล่าวไร้ประโยชน์ ประชาชนใช้น้ำในบ่อไม่ได้ขอให้ลงโทษและให้จำเลยออกจากที่ดินนั้นด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ข้อ ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๗ ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๗ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๑ ปีปรับ ๖๐๐ บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี ให้จำเลยรื้อรั้วออกจากแนวเขตลำห้วยเมืองอันเป็นแนวธรรมชาติบริเวณที่มีบ่อน้ำ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ข้อ ๑๑ ปรับ ๖๐๐ บาท ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดิน ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๐ วาที่โจทก์ฟ้อง ไม่ได้อยู่ในเขตลำห้วยสาธารณะคงเป็นที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่ และไม่ใช่ที่ดินสาธารณะประโยชน์แต่บ่อน้ำที่โจทก์ฟ้องอยู่ในเขตลำห้วยสาธารณะ เป็นบ่อน้ำสาธารณะที่ประชาชนในหมู่บ้านใช้น้ำในบ่อร่วมกัน จำเลยล้อมรั้วที่ดินตาม น.ส.๓ ของจำเลย แต่ได้ล้อมรั้วรุกล้ำลำห้วยเพื่อกั้นเอาบ่อน้ำสาธารณะมาเป็นของตน ทำให้ประชาชนเข้าไปใช้น้ำในบ่อไม่ได้ แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยล้อมรั้วรุกล้ำลำห้วยสาธารณะกั้นเอาบ่อน้ำดังกล่าวนั้นไว้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะเอาบ่อน้ำนั้นไว้ใช้เป็นส่วนตัว จำเลยมิได้มุ่งหมายหรือมีเจตนาโดยตรงที่จะทำให้บ่อน้ำนั้นเสียหายหรือไร้ประโยชน์ บ่อน้ำคงมีสภาพเป็นบ่อน้ำอยู่ตามเดิม ไม่ได้ถูกทำให้ไร้ประโยชน์ไปอย่างใด การล้อมรั้วกั้นเอาบ่อน้ำไว้เป็นการห่างไกลเกินความประสงค์ของจำเลยในเรื่องทำให้บ่อน้ำนั้นเสียหายหรือไร้ประโยชน์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2518 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายแก้ว ปัญหาชัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · ล. - นายแก้ว ปัญหาชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายภิญโญ แกว่นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1517/2529ฎีกา 2907-2928/2517ฎีกา 3981/2534ฎีกา 1552/2568ฎีกา 3521/2536ฎีกา 2518/2515ฎีกา 734/2529ฎีกา 1968/2506ฎีกา 3314/2545ฎีกา 264/2522ฎีกา 3971/2560ฎีกา 392/2544ฎีกา 5199/2533ฎีกา 7884/2553ฎีกา 2856/2530ฎีกา 16410/2555ฎีกา 799/2529ฎีกา 588/2509ฎีกา 1196/2518ฎีกา 1649/2522ฎีกา 501-502/2506ฎีกา 3024/2556ฎีกา 2406/2560ฎีกา 2261/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา