⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3521/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3521/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีอาญา เอกชนจะฟ้องคดีอาญาได้ต่อเมื่อตนเองเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดนั้นเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229,360พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117,118,119,120 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ เป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะฟ้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28(1) และพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(1)เอกชนจะฟ้องได้ต่อเมื่อได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ แม้โจทก์เป็นเทศบาลเมืองมีหน้าที่ต้องจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 50(2),53 และกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้โจทก์มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่อยู่ในเขตเทศบาล ทั้งอธิบดีกรมเจ้าท่าได้มอบอำนาจเจ้าท่าตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ให้โจทก์ดูแลรักษาลำน้ำในเขตเทศบาล ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.108 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.229 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม ม.117 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม ม.118 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม ม.120 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.117 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.118 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.119 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.120 พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม.11 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2481 ม.50 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.50 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.53

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90,91, 229, 360, 362, 365 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ. 2456 มาตรา 117, 118, 119, 120 ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91 229, 360 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117, 118, 119, 120ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 229 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยทั้งสาม ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเทศบาลเมือง และเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งตามสำเนาคำสั่งเอกสารหมาย จ.19 ให้โจทก์มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่อยู่ในเขตเทศบาลอธิบดีกรมในฐานะเจ้าท่ามอบอำนาจ "เจ้าท่า" ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ให้โจทก์ดูแลรักษาลำน้ำในเขตเทศบาล และบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ในเขตเทศบาลของโจทก์และวินิจฉัยว่าสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะความผิดดังกล่าวหรือไม่อีกต่อไป ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา229, 360 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456มาตรา 117, 118, 119, 120 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวินั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ วินิจฉัยว่าเป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐ เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะฟ้องขอให้ลงโทษผู้กระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28(1) และพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(1)เอกชนจะฟ้องได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ แม้โจทก์เป็นเทศบาลเมือง ซึ่งมีหน้าที่ต้องจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 50(2), 53 และกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้โจทก์มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่อยู่ในเขตเทศบาล ทั้งอธิบดีกรมเจ้าท่าได้มอบอำนาจเจ้าท่าตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ให้โจทก์ดูแลรักษาลำน้ำในเขตเทศบาล ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานความผิดดังกล่าวเหล่านั้นได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังขึ้น และเมื่อได้วินิจฉัยเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229, 360 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117, 118, 119, 120ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3521/2536 เทศบาล เมือง นครสวรรค์ โจทก์ นาย ไพศาล การุณรังษี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาล เมือง นครสวรรค์ · จำเลย - นาย ไพศาล การุณรังษี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อากาศ บำรุงชีพ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 873/2464ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 400/2508ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 6620/2550ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 2672/2534ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 1783/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา