⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8140/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8140/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณประโยชน์ไร้ประโยชน์ แม้เพียงบางส่วน เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์และได้แผ้วถางที่ดินดังกล่าวใช้ทำไร่ ทำให้บุคคลอื่นทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์จากหนองคำปลาหลาอันเป็นสาธารณประโยชน์ในส่วนที่จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครอง เป็นการทำให้หนองสาธารณะนั้นไร้ประโยชน์แม้เป็นเพียงบางส่วน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อ สาธารณประโยชน์แล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 360ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8, 9, 108 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 54, 72 ตรี กับให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์และได้แผ้วถางที่ดินดังกล่าวใช้ทำไร่ซึ่งย่อมทำให้บุคคลอื่นทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์จากหนองคำปลาหลาอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ในส่วนที่จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองไว้ เป็นการทำให้หนองสาธารณนั้นไร้ประโยชน์แม้เป็นเพียงบางส่วนการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่เนื่องจากไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อน เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีซึ่งความเสียหายไม่ร้ายแรงแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่งโดยรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลยไว้ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน 4,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ให้จำเลยเข้าร่วมกิจกรรมบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8140/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด อุดรธานี โจทก์ นาย คำ โพธิเลิง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุดรธานี · จำเลย - นาย คำ โพธิเลิง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1517/2529ฎีกา 2907-2928/2517ฎีกา 3981/2534ฎีกา 1552/2568ฎีกา 3521/2536ฎีกา 2518/2515ฎีกา 734/2529ฎีกา 1968/2506ฎีกา 3314/2545ฎีกา 264/2522ฎีกา 3971/2560ฎีกา 392/2544ฎีกา 5199/2533ฎีกา 361/2518ฎีกา 7884/2553ฎีกา 2856/2530ฎีกา 16410/2555ฎีกา 799/2529ฎีกา 588/2509ฎีกา 1196/2518ฎีกา 1649/2522ฎีกา 501-502/2506ฎีกา 3024/2556ฎีกา 2406/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ