⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1175/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2526

ป.อาญา ม.360

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำให้ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะเสียหาย ต้องระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360

ย่อคำพิพากษา

โทรศัพท์สาธารณะขององค์การโทรศัพท์ ฯ เสียค่าบริการใช้อย่างเดียวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะใช้และใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ จึงเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อจำเลยทำให้หูโทรศัพท์สาธารณะแตกเสียหายใช้การไม่ได้ จึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.360

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำให้หูโทรศัพท์สาธารณะขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้รับความเสียหาย โดยจำเลยยกหูโทรศัพท์ขึ้นฟาดกับตัวเครื่องโทรศัพท์หลายครั้งเป็นเหตุให้หูโทรศัพท์แตกเสียหายใช้การไม่ได้ โทรศัพท์สาธารณะที่จำเลยทำให้เสียหายองค์การโทรศัพท์ ฯ ติดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยได้ชำระราคาค่าเสียหายแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หูโทรศัพท์ที่จำเลยทำให้เสียหายไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา ๓๖๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๕๘ ปรับเป็นเงิน ๔๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับเป็นเงิน ๒๐๐ บาท โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โทรศัพท์ที่พิพาทกันในคดีนี้ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเรียกว่าโทรศัพท์สาธารณะ เสียค่าบริการใช้อย่างเดียวโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ทั้งประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นผลดีแก่ประชาชนทั่วไป โทรศัพท์สาธารณะจึงเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อจำเลยทำให้หูโทรศัพท์สาธารณะแตกเสียหายใช้การไม่ได้จึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ เกี่ยวกับดุลพินิจในการลงโทษ เห็นว่าการกระทำของจำเลยก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณชนจึงไม่สมควรจะรอการลงโทษให้ แต่โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็สูงเกินไป สมควรกำหนดให้น้อยลง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ จำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2526 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอนันต์ สายนภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอนันต์ สายนภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธุ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 705/2507ฎีกา 1552/2568ฎีกา 3819/2563ฎีกา 1968/2506ฎีกา 3314/2545ฎีกา 264/2522ฎีกา 392/2544ฎีกา 361/2518ฎีกา 837/2562ฎีกา 799/2529ฎีกา 588/2509ฎีกา 1196/2518ฎีกา 1649/2522ฎีกา 501-502/2506ฎีกา 8140/2541ฎีกา 2068/2543ฎีกา 2538/2522ฎีกา 10680/2551ฎีกา 1517/2529ฎีกา 2907-2928/2517ฎีกา 3981/2534ฎีกา 3521/2536ฎีกา 2518/2515ฎีกา 734/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา