คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไม้ที่แปรรูปเป็นเครื่องใช้และพร้อมใช้งานทันที ไม่ถือเป็นไม้แปรรูปตามกฎหมายป่าไม้ หากมีสภาพเป็นเครื่องใช้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งอื่นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ไม้หวงห้ามที่เป็นดุมเกวียน กำเกวียน และกีบเกวียน ซึ่งมีสภาพเป็นเครื่องใช้และจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายแก่ผู้ใช้เกวียน เอาไปใช้แทนส่วนที่หักและพร้อมที่จะนำเอาไปใช้ได้ทันทีนั้น นับได้ว่าเป็นเครื่องใช้ประกอบเป็นล้อเกวียนมิใช่เป็นวัตถุที่จะเอาไปเปลี่ยนแปลงทำเป็นสิ่งอื่นต่อไปจึงมิใช่ไม้ แปรรูปตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 4 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 3054/2516)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้ด้วยแรงคนเพื่อประดิษฐกรรมในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาต และมีไม้แดงแปรรูป ๖๔ ท่อน ไม้เต็งแปรรูป ๒ ท่อน ไม้ประดู่แปรรูป ๙๐ ท่อน รวม ๑๕๖ ท่อน ปริมาตร ๐.๕๘ ลูกบาศก์เมตร เกินกว่า ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องเสียค่าภาคหลวง ๔๐.๒๐ บาท ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๗, ๘, ๔๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๕ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕, ๑๗ และขอให้ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ ลงโทษตามพระราชาบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๗ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ปรับกระทงละ ๑,๐๐๐ บาท รวมปรับ ๒,๐๐๐ บาท ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ในข้อหาว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนข้อหาว่าจำเลยมีไม้ของกลางซึ่งเป็นไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นไม้ดุมเกวียน ๒๕ ชิ้น ทำด้วยไม้ประดู่ ๒๐ ชิ้น และทำด้วยไม้แดง ๕ ชิ้น ไม้กำเกวียนทำด้วยไม้ประดู่ ๗๐ ชิ้น ไม้กีบเกวียนทำด้วยไม้แดง ๕๙ ชิ้น และไม้เต็งแปรรูป ๒ ท่อน สำหรับไม้ของกลางที่เป็นดุมเกวียน กำเกวียน และกีบเกวียน มีสภาพเป็นเครื่องใช้และจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายลักษณะของไม้ของกลาง เช่น ดุมเกวียน กำเกวียน กีบเกวียน เอาไปใช้แทนส่วนหักได้ และพร้อมที่จะนำไปใช้ได้ทันที แล้ววินิจฉัยว่าไม้ของกลางดังกล่าวเป็นเครื่องใช้ที่ประกอบเป็นล้อเกวียนมิใช่เป็นวัตถุที่จะเอาไปเปลี่ยนแปลงทำเป็นสิ่งอื่นต่อไป ไม้ของกลางเฉพาะที่เป็นดุมเกวียน กำเกวียน และกีบเกวียน จึงมิใช่ไม้แปรรูปตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔(๔) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๔ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๕๔/๒๕๑๖ ส่วนไม้ของกลางที่เป็นไม้เต็ง ๒ ท่อน แม้จะเป็นไม้หวงห้ามแปรรูป แต่มีปริมาตรไม่เกิน ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจำเลยมีไว้ในความครอบครองโดยไม่ต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีไม้ของกลางไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2518
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายศรีไพ กองจันทึก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายศรีไพ กองจันทึก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอัมพร เดชศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา