⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1594/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1594/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้ หากโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทงความผิดไม่เกินสองปี และโทษจำคุกรวมในคดีนั้นไม่เกินสองปี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องขอให้ลงโทษในฐานความผิด 3 กระทงมาใน สำนวน เดียวกัน เมื่อโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทง ไม่เกินกระทงละ 2 ปี ซึ่งเท่ากับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีหนึ่ง ๆ เป็นรายคดีตามสำนวนกระทงความผิดที่โจทก์รวมฟ้องมาไม่เกินคดีละสองปี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา56

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำคุกฐานมีไม้สักท่อนยังไม่ได้แปรรูป ฐานมีไม้สักแปรรูป และฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตรวม 3 กระทง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด 3 กระทง จำคุกกระทงละ2 ปี รับสารภาพลดกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้แก้โทษและขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี โจทก์ฎีกาว่า จำเลยแต่ละคนต้องโทษรวม 3 กระทง จำคุกเกิน 2 ปีศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดเป็น 3 กระทง ต่างกรรมต่างวาระกันคือ ฐานมีไม้สักท่อนยังมิได้แปรรูปกระทงหนึ่ง ฐานมีไม้สักแปรรูปกระทงหนึ่ง และฐานทำการแปรรูปไม้สักท่อนอีกกระทงหนึ่ง แต่ละกระทงนั้น ๆเป็นความผิดที่บริบูรณ์ครบถ้วนในตัวของมันเอง โจทก์สามารถแยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาเป็นคดีละกระทงได้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากโจทก์แยกฟ้องมาเป็นรายคดี คดีละหนึ่งกระทงความผิด เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในข้อหาความผิดกระทงที่ฟ้องมาในคดีหนึ่ง ๆ ไม่เกินสองปี ดังเช่นที่ได้พิพากษาลงโทษมาสำหรับความผิดกระทงหนึ่ง ๆ ในคดีนี้ ศาลย่อมใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้ทุกคดี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือรอการลงโทษจำคุกได้ทั้งหมดทุกกระทงความผิดที่โจทก์ฟ้องกล่าวหามา การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดทุกกระทงดังกล่าวรวมกันมาในคดีเดียวกันเช่นนี้ มีผลเท่ากับว่าโจทก์ฟ้องคดีทุกกระทงความผิดเหล่านั้นแยกกันมาเป็นคดีละหนึ่งกระทงให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามข้อหานั้นเป็นรายกระทงแล้ว พิพากษารวมโทษที่ลงแก่จำเลยทุกกระทงนั้นไปทีเดียวโดยไม่ต้องนับโทษต่อเท่านั้นเอง เมื่อโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละสองปี ซึ่งเท่ากับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีหนึ่ง ๆ เป็นรายคดีตามจำนวนกระทงความผิดที่โจทก์รวมฟ้องมาไม่เกินคดีละสองปีศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 การเช่นนี้หาได้ขัดกับกฎหมายมาตราดังกล่าวดังที่โจทก์ฎีกามาไม่ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1594/2523 พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นายชม สุยะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตาก · จำเลย - นายชม สุยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 1891/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2197/2547ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 1459/2511ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา