⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 425/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานเรียกรับเงินเพื่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 แม้จะยังไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง หรือเจ้าพนักงานไม่ได้พบการกระทำผิดซึ่งหน้าก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 หาจำต้องเป็นกรณีที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว หรือเจ้าพนักงาน (จำเลย) ได้พบการกระทำผิดซึ่งเกิดขึ้นซึ่งหน้าไม่ น. นายตำรวจปลอมตัวเป็นคนขับรถบรรทุกข้าวโพด แม้รถนั้นจะบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ก็ตามแต่เมื่อจำเลยซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจรถได้เรียกให้รถหยุดเพื่อตรวจ ย่อมถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติราชการไปตามอำนาจหน้าที่ของจำเลย เมื่อจำเลยเรียกและรับเงิน 20 บาทไว้จาก น. เพื่อจะไม่กระทำการตรวจตามหน้าที่ก็ต้องมีความผิดตามมาตรา 149 หมายเหตุ ที่ประชุมใหญ่ (ครั้งที่ 2/2518) ได้พิจารณาปัญหาเกี่ยวกับที่ศาลล่างพิพากษาให้ริบเงิน 20 บาทของกลางด้วย มีมติว่าพึงริบได้และมีมติด้วยว่าไม่ต้องกล่าวถึงปัญหานี้ไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.34 ประมวลกฎหมายอาญา ม.149

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนี้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ๒ มีหน้าที่ตรวจจับปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายอยู่ที่ด่านตรวจบางนา ขณะนั้นพันตำรวจตรีนิกร จุณณวัตต์ สารวัตรประจำกองกำกับการสืบสวนนครบาลใต้ ได้ปลอมตัวเป็นคนขับรถบรรทุกข้าวโพดเพื่อนำข้าวโพดไปส่งที่บริษัทสยามไซโล จำกัด ที่สำโรง และผ่านด่านที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่จำเลยได้ฉายไฟฉายส่งสัญญาณให้รถหยุดเพื่อตรวจน้ำหนักรถบรรทุกและของผิดกฎหมาย แต่จำเลยไม่ตรวจตามหน้าที่กลับบังอาจเรียกและรับเงิน ๒๐ บาท จากพันตำรวจตรีนิกร จุณณวัตต์ สำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อจำเลยจะไม่กระทำการตรวจรถบรรทุกข้าวโพดคันนั้นและยอมให้ผ่านไป อันเป็นการปฏิบัติมิชอบด้วยหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๕ และให้ริบเงินของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ (ที่ถูกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๕ ด้วย) ให้จำคุก ๕ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าแม้จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็จริง แต่จำเลยจะใช้อำนาจหน้าที่นั้นได้ก็ต่อเมื่อได้เกิดการกระทำผิดขึ้นหรือจำเลยได้พบการกระทำผิดซึ่งเกิดขึ้นซึ่งหน้านั้น ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ หาจำต้องเป็นกรณีที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้วหรือจำเลยได้พบการกระทำผิดซึ่งหน้าดังจำเลยฎีกาไม่ ฉะนั้นแม้รถบรรทุกที่พันตำรวจตรีนิกร จุณณวัตต์ ขับมานั้นจะบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ก็ตามเมื่อจำเลยซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจรถได้เรียกให้รถหยุดเพื่อ ตรวจย่อมถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติราชการไปตามอำนาจหน้าที่ของจำเลยแล้ว เมื่อจำเลยเรียกและรับเงิน ๒๐ บาทไว้จากพันตำรวจตรีนิกร เพื่อจะไม่กระทำการตรวจรถตามหน้าที่ จำเลยจึงต้องมีความผิดตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2518 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ จ่าสิบตำรวจเกษม เที่ยงทัศน์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - จ่าสิบตำรวจเกษม เที่ยงทัศน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเจตน์ เคลื่อนคล้อย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ บัวแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 5182/2559ฎีกา 5973/2537ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 4403/2528ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา