คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ร้องขอบังคับภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ แม้จะเกิน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ร้องขอบังคับภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว โจทก์ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปจนกว่าการบังคับคดีจะแล้วเสร็จ แม้จะเกิน 10 ปีนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาโจทก์ก็ไม่หมดสิทธิ์ที่จะดำเนินการบังคับคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๑๖๔,๔๐๐ บาทภายในเดือนธันวาคม ๒๕๐๐ และคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยไม่ชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๑ และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๐๒ เมื่อพ้นกำหนด ๑๐ ปีนับตั้งแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว การบังคับคดียังไม่แล้วเสร็จ
เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๔ ในระหว่างรอการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวของจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองร้องทำนองเดียวกันว่า นับจากวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว การบังคับคดียังไม่เสร็จโดยยังมิได้ขายทอดตลาด โจทก์จึงไม่มีสิทธิดำเนินการบังคับคดีต่อไปทั้งเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๐๗ โจทก์ได้แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า โจทก์จะไม่วางค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีต่อไป ถือว่าโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีแล้ว ขอให้ปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ ๒
ในระหว่างนัดพิจารณาคำร้องของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลาย ศาลชั้นต้นเรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์มาดำเนินคดีแทนจำเลยทั้งสอง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ดำเนินการบังคับคดีภายใน ๑๐ ปีแล้ว และการที่โจทก์แถลงว่าจะไม่วางเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับผู้รับจำนอง ถือไม่ได้ว่าเป็นการสละสิทธิในการบังคับคดี ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๑ ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลภายใน ๑๐ ปี นับตั้งแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด หรือหากเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีไม่เสร็จภายใน ๑๐ ปี ให้การบังคับคดีเป็นอันสิ้นสุดลง ดังนั้น เมื่อโจทก์ร้องขอให้บังคับคดีภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปจนกว่าการบังคับคดีจะแล้วเสร็จ แม้จะเกิน ๑๐ ปีนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ก็ไม่หมดสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดี และที่ฎีกาว่าโจทก์ได้แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าโจทก์จะไม่วางค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีต่อไปถือว่าโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีนั้นก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่โจทก์เกี่ยวงให้กองหมายเรียกค่าใช้จ่ายในการแบ่งแยกโฉนดที่ดินจากผู้รับจำนองส่วนของจำเลยที่ ๒ เท่านั้น มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2518
นายยงยุทธ เสนาจักร์ โจทก์
นายชวัติ วัฒนเสรี ที่1 กับพวกรวม 2 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยงยุทธ เสนาจักร์ · ล. - นายชวัติ วัฒนเสรี ที่1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล วัลยะเพ็ชร์ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา