⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 697/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์แล้ว แต่ไม่ไปศาลในวันนัดและไม่ได้ยื่นคำแถลงคัดค้าน ถือว่าจำเลยไม่คัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์นั้น และคำสั่งศาลที่อนุญาตให้เฉลี่ยทรัพย์ได้ย่อมถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแก่ทุกฝ่ายและนัดพร้อมกันเพื่อสอบถาม ทนายของจำเลยได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวแล้ว แต่ในวันนัดจำเลยและทนายไม่ไปศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและไม่ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าจะคัดค้านคำร้องขอ เฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่คัดค้านและมีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2507 อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น เพิ่งจะมายื่นคำร้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2514 ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ดังนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้จึงถึงที่สุด จำเลยจะร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมโจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ยึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้และเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลจังหวัดธัญญบุรี ได้ยึดทรัพย์ดังกล่าวแทนกองหมายแล้ว คุณหญิงอัมพร ทิพยมณเฑียร ร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๗๔/๒๕๐๔ ของศาลแพ่งที่ให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะนำยึดขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาจึงขอให้ศาลมีคำสั่งยอม ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ขายหรือจำหน่ายที่ดินของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวของผู้ร้องแก่ทุกฝ่ายและนัดพร้อมกันเพื่อสอบถาม โจทก์และทนายจำเลยทั้งสองได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวแล้วในวันนัดคือวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๐๗ โจทก์ไม่ไปศาลแต่ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าโจทก์ไม่คัดค้านการขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์รายนี้ ส่วนจำเลยทั้งสองไม่ไปศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและไม่ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าจะคัดค้านการขอเฉลี่ยทรัพย์รายนี้หรือ ไม่ ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่คัดค้านจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ ต่อมาวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๑๔ จำเลยที่ ๑ ร้องว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๗๔/๒๕๐๔ นั้น ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินตามสัญญาท้ายฟ้องให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่โอนก็ให้จำเลยชำระเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย ซึ่งจำเลยจะต้องชำระเงินให้ผู้ร้องต่อเมื่อจำเลยไม่โอนที่ดินให้ผู้ร้อง แต่เมื่อผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยยังมิได้ส่งคำบังคับให้จำเลย จำเลยจึงยังไม่ต้องชำระเงินให้ผู้ร้องเพราะยังไม่ทราบว่าจำเลยสามารถโอนที่ดินให้ผู้ร้องได้หรือไม่ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้นั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นเห็นว่า ในการพิจารณาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ศาลได้แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบแล้ว เมื่อศาลมีคำสั่งในเรื่องขอเฉลี่ยในวันนัดต้องถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันนั้นแล้ว จำเลยไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดต้องถือว่าปัญหาในเรื่องขอเฉลี่ยทรัพย์ยุติ มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ เสีย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแก่ทุกฝ่ายและนัดพร้อมกันเพื่อสอบถามนั้น ทนายของจำเลยทั้งสองได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแล้ว แต่ในวันนัดจำเลยทั้งสองและทนายไม่ไปศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง และไม่ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าจะคัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องหรือไม่ จึงถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดใจคัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง หากเป็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร ชอบที่จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๐๗ จำเลยเพิ่งจะมายื่นคำร้องนี้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๑๔ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้จึงถึงที่สุด จำเลยทั้งสองจะขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นไม่ได้ ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2518 นายยงยุทธ เสนาจักร์ โจทก์ คุณหญิงอัมพร ทิพยมณเฑียร ผู้ร้อง นายธวัติ วัฒนเสรี ที่1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยงยุทธ เสนาจักร์ · ผู้ร้อง - คุณหญิงอัมพร ทิพยมณเฑียร · ล. - นายธวัติ วัฒนเสรี ที่1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 2354/2566ฎีกา 3808/2526ฎีกา 26/2524ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1623/2537ฎีกา 4742/2553ฎีกา 1776/2512ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 185/2566ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1228/2539ฎีกา 9203/2547ฎีกา 1065/2505ฎีกา 1592/2521ฎีกา 215/2544ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา