⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1176/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกรวม 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่ขึ้นมาเคียงคู่กับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน พวกของจำเลยคนหนึ่งใช้มือจับแขนผู้เสียหายซึ่งกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วจำเลยดึงคอเสื้อ จนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเซ และกระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายไป ถือได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก ๒ คนมีปืนเป็นอาวุธ ร่วมกันปล้นทรัพย์เอาสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมเครื่องของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ลงวันที่ ๒๑พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ จำคุก ๑๘ ปี ลดรับสารภาพในชั้นสอบสวนให้ ๑ใน ๓คงจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายและนางสาวมัณฑนาเป็นพยานเบิกความตรงกันว่า คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์โดยนั่งซ้อนท้ายกันมารวม ๓คน เมื่อรถแล่นขึ้นมาเคียงคู่กับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน คนนั่งกลางเอื้อมมือจับแขนผู้เสียหาย คนนั่งซ้อนท้ายสุดคือจำเลยเป็นคนดึงคอเสื้อผู้เสียหายและกระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับนางสาวมัณฑนามีโอกาสเห็นจำเลยหลายครั้งเพราะแสงไฟของรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเวลาที่จำเลยกระชากสร้อย นางสาวมัณฑนาเห็นหน้าจำเลยในระยะศอกเศษ ยิ่งกว่านั้นหลังเกิดเหตุเพียง ๓ วันผู้เสียหายไปพบเห็นจำเลย ได้แจ้งให้ตำรวจจับ แสดงว่าผู้เสียหายจำจำเลยได้แม่นยำ ทั้งยังมีนางสาวมัณฑนามายืนยันอีก ฟังได้ว่าผู้เสียหายและนางสาวมัณฑนาจำจำเลยได้ การทีจำเลยกับพวก ๓ คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่ขึ้นมาเคียงคู่กับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน พวกของจำเลยคนหนึ่งใช้มือจับแขนผู้เสียหายซึ่งกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วจำเลยดึงคอเสื้อ จนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเซ และกระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายไป ถือได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ เมื่อผู้เสียหายตามจำเลยไป จำเลยถกเสื้อขึ้นพร้อมกับเอามือกำด้ามปืน และเมื่อตำรวจจับจำเลย ก็ค้นอาวุธปืนได้จากจำเลย จำเลยจึงกระทำความผิดโดยมีอาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2519 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายจรันต์ หรือจรัลหรือเจริญ สายสุวรรณ หรือสารสุวรรณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · ล. - นายจรันต์ หรือจรัลหรือเจริญ สายสุวรรณ หรือสารสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญธรรม อยู่พุก · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา