คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การแตกต่างกันในแต่ละชั้นของการดำเนินคดี และมีพิรุธในการกระทำ ถือเป็นพฤติการณ์แวดล้อมที่นำมาใช้เป็นเครื่องชี้เจตนาว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์สินที่รับมานั้นได้มาจากการกระทำผิด
ย่อคำพิพากษา
การที่จะค้นหาเจตนาของจำเลยว่ารับทรัพย์ของกลางไว้โดยรู้หรือไม่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้น เป็นการยากที่โจทก์จะนำสืบด้วยประจักษ์พยานได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลกรณีแวดล้อมและพิรุธแห่งการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลย เมื่อจำเลยให้การในชั้นจับกุมในชั้นสอบสวน และนำสืบในชั้นศาลแตกต่างกัน ไม่อยู่กับร่องรอย จำเลยรู้ว่ารถถูกเปลี่ยนยี่ห้อ แสดงให้เห็นว่าจำเลยรับทรัพย์ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่คนร้ายได้มาจากการกระทำผิด จึงมีความผิดฐานรับของโจร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายสุคนธ์ สมเทพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา