⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1502/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1502/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ฝากทรัพย์สินที่เกินกว่ากำหนดเวลาไถ่เดิมตามที่กฎหมายกำหนด เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่พิพาทแก่จำเลย ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนโจทก์จำเลยทำสัญญากันว่า โจทก์ยืมเงินจำเลยจำนวนหนึ่ง โจทก์ขอต่อสัญญาขายฝากออกไปอีก 5 เดือน จำเลยจะไม่ขายที่ดินแปลงที่ขายฝากให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าโจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระ จำเลยจะโอนให้จะไม่คิดเกินราคาในสัญญานี้ ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญากันอีกว่า โจทก์ได้นำเงินมาชำระให้จำเลยส่วนหนึ่ง ขอต่อสัญญาไปอีก ดังนี้ ข้อตกลงตามหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวเป็นการขยายกำหนดเวลาไถ่ มิใช่เป็นคำมั่นว่าจำเลยตกลงจะขายที่พิพาทคืนให้โจทก์ จึงเป็นโมฆะเพราะขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 496

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.496

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้แก่จำเลยมีกำหนด ๑๐ เดือน ต่อมาโจทก์ได้ขอต่ออายุสัญญาขายฝากออกไปอีก มีกำหนด ๕ เดือน จำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์ซื้อคืนได้ภายในกำหนด ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาต่ออายุสัญญาออกไปอีก ๔ เดือน ครบกำหนดโจทก์นำเงินไปชำระ จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินที่โจทก์ขายฝากจำเลยไว้ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ไถ่การขายฝากภายในกำหนด ที่ดินหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว การขยายเวลาการขายฝากใช้บังคับไม่ได้ ถ้าจะฟังว่าจำเลยให้คำมั่นว่าจะขายที่พิพาทคืนให้โจทก์ โจทก์มิได้ปฏิบัติตามคำมั่น คำมั่นเป็นอันไร้ผล ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่า หนังสือต่ออายุสัญญาขายฝากเป็นการขายกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝาก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๖ โจทก์ไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด ที่พิพาทหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลย โจทก์หมดสิทธิที่จะเอาคืน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า หนังสือสัญญาที่โจทก์จำเลยทำไว้ไม่เป็นการขายกำหนดเวลาไถ่การขายฝาก แต่เป็นคำมั่นว่า จำเลยจะขายที่ดินที่ขายฝากคืนให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๑๖ โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่พิพาทแก่จำเลยเป็นเงิน ๔,๖๕๐ บาท มีกำหนดเวลาไถ่ ๑๐ เดือน ครบกำหนดวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๗ ในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ โจทก์จำเลยทำสัญญากันว่าโจทก์ยืมเงินจำเลยจำนวน ๔,๓๐๐ บาท สัญญาขายฝากสิ้นกำหนด โจทก์ขอต่อสัญญาขายฝากออกไปอีก ๕ เดือน จนถึงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๗ จำเลยไม่ขายที่ดินแปลงที่ขายฝากให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าโจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระจำเลยจะโอนให้ จะไม่คิดเกินราคาในสัญญานี้ ต่อมาวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ โจทก์จำเลยทำสัญญากันอีกว่า โจทก์ได้นำเงินมาชำระให้จำเลยจำนวน ๓๐๐ บาท คงเหลือ ๔,๐๐๐ บาท ขอต่อสัญญาไปอีกจนถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เห็นว่า ข้อตกลงหนังสือสัญญาดังกล่าวเป็นการขยายกำหนดเวลาไถ่ ข้อความในสัญญาที่ว่า จำเลยจะไม่ขายที่ดินแปลงที่ขายฝากให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าโจทก์นำเงินมาชำระ จำเลยจะโอนให้ เป็นเพียงคำรับรองของจำเลยยอมให้โจทก์ไถ่ในจำนวนเงินที่ระบุไว้ แม้จะพ้นกำหนดเวลาไถ่ มิใช่เป็นคำมั่นว่าจำเลยตกลงจะขายที่พิพาทคืนให้โจทก์ การขยายกำหนดเวลาไถ่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๖ เป็นโมฆะ โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1502/2519 สิบตำรวจเอกประพิณ เอกนาม โจทก์ นายทา แก้วกลม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สิบตำรวจเอกประพิณ เอกนาม · ล. - นายทา แก้วกลม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสุวรรณ ปัญญาภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 129/2501ฎีกา 886/2515ฎีกา 1037/2495ฎีกา 544/2490ฎีกา 201/2488ฎีกา 819/2524ฎีกา 746-747/2511ฎีกา 988/2506ฎีกา 1283/2508ฎีกา 707-708/2505ฎีกา 577/2492ฎีกา 2221/2523ฎีกา 630/2496ฎีกา 2569/2522ฎีกา 2662/2530ฎีกา 347/2488ฎีกา 1482/2500ฎีกา 123/2565ฎีกา 743/2499ฎีกา 601/2535ฎีกา 517/2510ฎีกา 185/2491ฎีกา 748/2509ฎีกา 2086-2087/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา