⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 577/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2492

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ถ้าไถ่ภายในเวลา" ตามมาตรา 492 ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมหมายความว่า ได้มีการไถ่ถอนถูกต้องบริบูรณ์ตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วเท่านั้น การขอไถ่ยังหาเป็นการไถ่ไม่. สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นก็คือสิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิแห่งทรัพย์สินนั้น กลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น การไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ขายฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้จัดการซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้บังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ในกำหนดอายุความไถ่ถอนตามสัญญา. (อ้างฎีกา 545/2490, 185/2491)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.494 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.496 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ โจทก์ได้ทำหนังสือขายฝากที่นาไว้แก่จำเลย ที่อำเภอ มีกำหนดไถ่คืนในเวลา ๕ ปี โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่นารายนี้ โดยส่งดอกเบี้ยให้จำเลย ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ โจทก์ไปขอไถ่ที่นาคืน จำเลยนัดไถ่ถอนที่อำเภอ ถึงวันกำหนดนัด จำเลยบิดพลิ้ว จึงขอให้บังคับจำเลยรับเงินและคืนนาให้โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย โดยมีกำหนดไถ่คืน ๕ ปีจริง โจทก์ไม่เคยขอไถ่ และกำหนดเวลาไถ่คืนได้สิ้นสุดลงแล้ว โจทก์หมดสิทธิฟ้อง และว่าที่โจทก์ครอบครองนานั้น โดยโจทก์ขอเข้าทำ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์เพิกเฉยเสีย มาฟ้องเอาเมื่อเกินกำหนดไถ่ตามสัญญาแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ได้ไปขอไถ่ถอน จำเลยเป็นฝ่ายผิดนัด โจทก์ฟ้องภายหลังกำหนดเวลาในสัญญา จึงพิพากษากลับ ให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๔๙๒ ป.ม.แพ่งฯ นั้นคำว่า "ถ้าไถ่ภายในเวลา" ย่อมหมายความว่า ได้มีการไถ่ถอนถูกต้องครบบริบูรณ์ตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วเท่านั้นการขอไถ่ยังหาเป็นการไถ่ไม่ ปัญหาในเรื่องนี้จึงมีว่า การไปขอไถ่นั้น เป็นการใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙๔,๔๙๖, และ ๔๙๗ แล้วหรือยัง ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิในการไถ่ทรัพย์นั้น ก็คือ สิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิแห่งทรัพย์สินนั้นกลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น การแต่เพียงไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ซื้อฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้ซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธ ไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้ศาลบังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ภายในอายุความไถ่ถอนตามสัญญา ทั้งมาตรา ๔๙๖ ก็ยังได้บัญญัติไว้ด้วยว่า "ท่านว่าหาอาจขยายเวลานั้นในภายหลังได้ไม่" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2492 นายเพ็ชร มุ่งแก้วกลาง โจทก์ นางเจริญ สุภจินดา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพ็ชร มุ่งแก้วกลาง · ล. - นางเจริญ สุภจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวงษ์ วีระพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตนพจนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3421/2538ฎีกา 381/2511ฎีกา 129/2501ฎีกา 886/2515ฎีกา 295/2508ฎีกา 1257/2498ฎีกา 128/2516ฎีกา 2465/2515ฎีกา 1094/2495ฎีกา 1529/2501ฎีกา 277/2493ฎีกา 504/2501ฎีกา 1109/2487ฎีกา 1037/2495ฎีกา 742/2494ฎีกา 2120/2540ฎีกา 938/2490ฎีกา 544/2490ฎีกา 201/2488ฎีกา 3383/2524ฎีกา 3390-3391/2538ฎีกา 819/2524ฎีกา 2547/2535ฎีกา 746-747/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา