คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการโต้เถียงทะเลาะวิวาทอันสืบเนื่องมาจากการถูกผู้ตายลวนลามและขอเงิน แม้จะมีการทำร้ายร่างกายกันก่อน ก็ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายซึ่งไม่เคยรู้จักกับจำเลยมาก่อน ได้มาซื้อสุราจากร้านจำเลยดื่ม ดื่มสุราแล้วเข้าไปแย่งตะไกรจากภรรยาจำเลยซึ่งกำลังตัดผมให้จำเลยอยู่หน้าร้ายจะตัดผมให้จำเลยเอง ทั้งผู้ตายขอเงินจากจำเลยโดยไม่ปรากฏเหตุที่จำเลยจะต้องให้เงินแก่ผู้ตายกับผู้ตายยังอ้างว่าผู้ตายซื้อสลากกินรวบจากจำเลยแล้วถูกรางวัด แต่จำเลยไม่จ่ายเงินให้ จึงเกิดโต้เถียงกัน และผ้าขาวม้าที่จำเลยนุ่งหลุด จำเลยวิ่งเข้าห้อง ขณะนั้นเองผู้ตายจับแขนและล้วงกระเป๋าเสื้อภรรยาจำเลยและขอเงินอีก จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย เช่นนี้ ไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบของกลาง
จำเลยให้การว่า ผู้ตายขู่เข็ญเอาเงินจากจำเลย จำเลยไม่ให้ ผู้ตายทำร้ายจำเลยและภรรยาจำเลย จำเลยยิงผู้ตายเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายโดยบันดาลโทสะ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุก ๖ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี ของกลางริบ
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการบันดาลโทสะ และไม่เป็นการป้องกันตัว พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ลงโทษจำคุก ๑๘ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รูปคดีฟังได้ตามทางนำสืบของโจทก์จำเลยว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งไม่เคยรู้จักกับจำเลยมาก่อน ได้มาซื้อสุราจากร้านจำเลยดื่ม ดื่มสุราแล้วเข้าไปแย่งตะไกรจากภรรยาจำเลยซึ่งกำลังตัดผมให้จำเลยอยู่หน้าร้านจะตัดผมให้จำเลยเอง ทั้งผู้ตายขอเงินจากจำเลยโดยไม่ปรากฏเหตุที่จำเลยจะต้องให้เงินแก่ผู้ตายกับผู้ตายยังอ้างว่าผู้ตายซื้อสลากกินรวบจากจำเลยแล้วถูกรางวัล แต่จำเลยไม่จ่ายเงินให้ จึงเกิดโต้เถียงกัน และผ้าขาวม้าที่จำเลยนุ่งหลุด จำเลยวิ่งเข้าห้อง แต่ขณะนั้นเองผู้ตายจับแขนและล้วงกระเป๋าเสื้อนางหริ่งภรรยาจำเลยและขอเงินนางหริ่งอีก จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น และไม่เป็น ไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายดังข้อต่อสู้ของจำเลย เห็นว่าตามพฤติการณ์ที่ผู้ตายได้กระทำต่อจำเลยและนางหริ่งดังกล่าว จำเลยและนางหริ่งถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยได้ยิงผู้ตายในขณะนั้น เป็น เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ จึงควรได้รับความปรานีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒
พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ปืนกระสุนปืน และแหนบกระสุนปืนของกลางคืนให้จำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2519
พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
นายมา จินาวงษ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · ล. - นายมา จินาวงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทยา มงคล · คมกริช นุรักษ์ · สมชัย ทรัพยวณิช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาร ปทุมบาล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา