⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1650/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่บริษัทมอบให้บุคคลเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างที่บริษัทรับเหมาทำ ไม่ถือเป็นค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป แต่เป็นหนี้ที่มีอายุความสิบปี

ย่อคำพิพากษา

เงินที่บริษัทผู้ล้มละลายมอบให้ผู้ร้องซึ่งเป็นคนของบริษัทเองนำไปใช้จ่ายในการก่อสร้างที่บริษัทรับเหมาทำ หาเข้าลักษณะเป็นค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) ไม่ จึงมิใช่หนี้ที่มีอายุความสองปี หรือห้าปีตามที่บัญญัติไว้ในบทมาตราดังกล่าว หากเป็นหนี้ที่มีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เมื่อนับจากวันที่บริษัทผู้ล้มละลายจ่ายเงินให้ผู้ร้องจนถึงวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ ยังไม่ถึงสิบปี สิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยผู้ล้มละลายยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นว่า ทางสอบสวนปรากฏว่าผู้ร้องไม่นำเงินรายได้ของบริษัทผู้ล้มละลายส่งเข้าบัญชีบริษัท ๑๖,๔๓๘,๖๐๗ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องนำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกำหนด ๑๔ วัน หรือหากจะปฏิเสธก็ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาเดียวกัน ผู้ร้องได้รับหนังสือแล้วแต่มิได้ปฏิเสธภายในกำหนด จึงขอให้ศาลออกคำบังคับให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เดิมบริษัทผู้ล้มละลายให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับการก่อสร้างของบริษัท และให้ผู้ร้องลงชื่อรับเงินทดรองเพื่อจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงานแล้วให้ผู้ร้องส่งใบสำคัญหักล้างหนี้ภายหลัง ซึ่งผู้ร้องได้ส่งใบสำคัญแสดงการจ่ายเงินที่ผู้ร้องรับไปจากบริษัทต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จนหมดสิ้นแล้ว ไม่ต้องรับผิดในเงินที่รับมา และไม่ได้เป็นหนี้บริษัท หากฟังว่าผู้ร้องเป็นหนี้ผู้ล้มละลาย ก็ชอบที่จะเรียกคืนภายใน ๒ ปี เพราะเงินดังกล่าวผู้ร้องขอรับมาในฐานะเงินทดรองจ่ายเพื่อกิจการงานของบริษัทในการก่อสร้าง หนี้จึงขาดอายุความแล้ว ทั้งผู้ร้องได้ปฏิเสธไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิ่งมายืนยันหนี้กับผู้ร้องเมื่อเกิน ๑๐ ปีแล้ว หนี้จึงขาดอายุความขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องมิได้เป็นหนี้รายนี้ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า บริษัทผู้ล้มละลายไม่มีการจ่ายเงินค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน การส่งใบสำคัญของผู้ร้องมีพิรุธ หนี้รายนี้ไม่ขาดอายุความ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระหนี้จำนวน ๕,๓๙๒,๘๓๕.๓๖ บาทให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้ผู้ร้องชำระหนี้ ๑,๒๔๘,๓๗๙.๓๖ บาท แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ที่ผู้ร้องฎีกาว่า สิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในหนี้รายนี้ขาดอายุความ โดยผู้ร้องอ้างว่าหนี้รายนี้เป็นเงินทดรองจ่ายในแผนกก่อสร้าง เจ้าหนี้ต้องเรียกคืนภายในกำหนดสองปี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัทลูกหนี้ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๐๐ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทวงถามหนี้จากผู้ร้องเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๐ ล่วงเลยเวลามา ๑๐ ปีแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เงินที่บริษัทผู้ล้มละลายมอบให้ผู้ร้องซึ่งเป็นคนของบริษัทเองนำไปใช้จ่ายในการก่อสร้างที่บริษัทรับเหมาทำ หาเข้าลักษณะเป็น"ค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป" ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ไม่ ดังนั้น หนี้รายนี้จึงมิใช่หนี้ที่มีอายุความสองปี หรือห้าปีตามที่บัญญัติไว้ในบทมาตราดังกล่าว หากเป็นหนี้ที่มีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ เมื่อนับจากวันที่บริษัทผู้ล้มละลายจ่ายเงินให้ผู้ร้องจนถึงวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ยังไม่ถึงสิบปี สิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังไม่ขาดอายุความ ส่วนฎีกาให้ข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วฟังว่า ผู้ร้องยังคงเป็นหนี้บริษัทผู้ล้มละลายอยู่อีก ๑,๒๔๘,๓๗๙.๓๖ บาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2519 นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข โจทก์ บริษัทพลอิศราวัฒน์ จำกัด ล. พันโทประดิษฐ์ เวชรักษ์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข · ล. - บริษัทพลอิศราวัฒน์ จำกัด · ผู้ร้อง - พันโทประดิษฐ์ เวชรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นางมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6320/2541ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 3913/2531ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 57/2530ฎีกา 5675/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 3662/2525ฎีกา 6468/2537ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา