คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า แต่หากผู้เช่าอ้างว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในการให้เช่า ผู้เช่าสามารถต่อสู้ว่าสัญญาเช่าเป็นโมฆะได้หากผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์จริง
ย่อคำพิพากษา
ในเรื่องเช่าทรัพย์ แม้ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าผู้ให้เช่าจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าจึงเป็นผู้ให้เช่าได้ก็จริงอยู่ แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยปรากฏในเอกสารสัญญาเช่าท้ายฟ้องระบุชัดว่า ห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่าโจทก์มีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียว จำเลยจึงให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาท จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เพราะสำคัญผิดว่าโจทก์มีสิทธิให้จำเลยเช่า ความจริงโจทก์ไม่มีสิทธิให้เช่าห้องพิพาท และไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่า ทั้งจำเลยได้เอาค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของแท้จริงโดยตรงแล้ว มิ่ได้ผิดนัดสัญญา ดังนี้ ศาลควรจะต้องฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า หากโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิให้เช่าห้องพิพาทได้หรือไม่ นัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1166-1168/2509
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เช่าห้องแถวจากโจทก์ จำเลยไม่ชำระค่าเช่าเป็นการผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจกท์จนกว่าจำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท
จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทและที่ดินที่ตั้งห้องพิพาท ห้องพิพาทและที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เพราะสำคัญผิดในสาระสำคัญว่าโจทก์มีสิทธิให้จำเลยเช่าห้องพิพาทได้ จำเลยเพิ่งทราบความจริงว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์และไม่มีสิทธิให้เช่าทั้งไม่มีสิทธิให้เช่าทั้งไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่าได้ จำเลยจึงชำระค่าเช่าแก่เจ้าจองอันแท้จริง มิได้ผิดนัด สัญญาเช่าท้ายฟ้องเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าของทนายโจทก์ไม่มีผลเป็นการบอกเลิกสัญญา ค่าเสียหายสูงเกินไป
วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงขอสละข้อเรียกร้องค่าเสียหายที่เรียกเดือนละ ๔๐๐ บาท โดยขอเรียกค่าเสียหายเดือนละ ๑๕๐ บาท ตามที่จำเลยสู้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยาน
ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยยื่นคำแถลงการณ์และขอถือเป็นคำโต้แย้งเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาด้วยว่า คดียังมีประเด็นที่ศาลจะต้องฟังพยานต่อปี ศาลสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องที่ให้เช่า จำเลยเข้ามาทำสัญญากับโจทก์จึงต้องผูกพันตามสัญญา โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยเข้าอยู่ในที่พิพาทได้ตลอดมาก็ต้องชำระค่าเช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่า จำเลยชำระให้ผู้อื่นก็ต้องถือว่าผิดสัญญา โจทก์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาได้ พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเช่าและค่าเสียหายที่ค้างถึงวันฟ้องและค่าเสียหายจนกว่าจำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท
จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เพราะสำคัญผิดว่าโจทก์มีสิทธิให้เช่าห้องพิพาทได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเอาค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วจึงไม่ผิดสัญญาหรือผิดนัดชำระค่าเช่า คดียังต้องฟังพยานต่อปี จำเลยมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ ขอให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องค่าเช่าทรัพย์ แม้ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าผู้ให้เช่าจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าจึงเป็นผู้ให้เช่าได้ก็จริงอยู่ แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยปรากฏในเอกสารสัญญาเช่าท้ายฟ้องระบุชัดว่า ห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่าโจทก์มีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียว จำเลยจึงให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาท จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เพราะสำคัญผิดว่าโจทก์มีสิทธิให้จำเลยเช่า ความจริงโจทก์ไม่มีสิทธิให้เช่าห้องพิพาท และไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่า ทั้งจำเลยได้เอาค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของแท้จริงโดยตรงแล้ว มิได้ผิดนัดสัญญา ดังนี้ ศาลควรจะต้องฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า หากโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิให้เช่าห้องพิพาทได้หรือไม่ นัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๖๖-๑๑๖๘/๒๕๐๙
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2519
นางสาวบุญศรี สุนทรหงศ์ โจทก์
นายอุดม สุวพันธ์วัฒนา ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวบุญศรี สุนทรหงศ์ · ล. - นายอุดม สุวพันธ์วัฒนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา