⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 20/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยังคงครอบครองที่ดินพิพาทต่อไปหลังจากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โดยอาศัยสิทธิเดิมที่เคยมีตามสัญญาเช่า ไม่ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปปลูกสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าจากเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาท และเมื่อโจทก์รับโอนที่พิพาทมาแล้ว ก็ยังให้จำเลยเช่าต่อมา แล้วโจทก์บอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ยอมออกไป การที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทไม่ยอมออกไป ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของโจทก์ และยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขต โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์หรือรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนอาญา คงรับเฉพาะคดีส่วนแพ่ง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ประทับฟ้องคดีส่วนอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุก ขอให้ประทับฟ้อง มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่า เมื่อจำเลยฝ่าฝืนสัญญาเช่าที่ดินตามฟ้องต่อเจ้าของเดิมและต่อโจทก์ผู้รับโอนที่พิพาทมา และโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป การอยู่ในที่พิพาทในระยะต่อมา จะถือว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามบทมาตราที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยนั้น ต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเข้าไปปลูกสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าจากเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทมา และเมื่อโจทก์รับโอนที่พิพาทมาแล้ว โจทก์ยังให้จำเลยเช่าต่อมาด้วย หาใช่จำเลยเพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้องไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2519 นางซูจิ้น แซ่เบ้ โจทก์ นายฮกเกียด เอี้ยวเหล็ก หรือประเสริฐ พิทักษ์ธรรมคุณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางซูจิ้น แซ่เบ้ · ล. - นายฮกเกียด เอี้ยวเหล็ก หรือประเสริฐ พิทักษ์ธรรมคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายพิณ อินทกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 185/2566ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1292/2523ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 435/2535ฎีกา 704/2507ฎีกา 312/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา