⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2013/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลลงโทษจำเลยรวมกันมาโดยไม่เรียงกระทง ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และหากโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษ ศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยหนักกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้มิได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและจำหน่ายเฮโรอีนคนละจำนวนอันเป็นความผิดหลายกระทง ซึ่งตามกฎหมายต้องเรียงกระทงลงโทษ แต่ศาลชั้นต้นกลับพิพากษาวางบทลงโทษรวมกันมาให้จำคุกจำเลย 5 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลฎีกาจึงจะลงโทษจำเลยหนักกว่าที่ศาลชั้นต้นลงโทษไว้มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตและได้ขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกซึ่งเฮโรอีนดังกล่าว ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาให้จำคุก ๖ เดือน ฐานผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาแล้ว ขอให้เพิ่มโทษและลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ ฯลฯ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษว่าจริงดังฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมีและจำหน่ายเฮโรอีนจริงดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔, ๔ ทวิ, ๑๔, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี, ๒๓, ๒๖, ๒๗, ๒๘, ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๙, ๑๐, ๑๑ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๖, ๘ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๑๒ ให้จำคุกจำเลย ๕ ปี เพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษอีกกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน และให้ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังเป็นที่สงสัย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนธนบัตรชนิดสิบบาทของกลาง ๔ ฉบับแก่เจ้าของ ส่วนเฮโรอีนของกลางเป็นของผิดกฎหมายให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยมีเฮโรอีน ๒ หลอดไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และได้จำหน่ายเฮโรอีน ๑ หลอดให้แก่สายลับด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ตรี ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๗ และผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ควรต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลย แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาวางบทลงโทษรวมกันมาให้จำคุกจำเลย ๕ ปี เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน โจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยหนักกว่านั้นมิได้ กำหนดโทษจึงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเอี่ยมกวง หรือหมง แซ่ก๊วย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายเอี่ยมกวง หรือหมง แซ่ก๊วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร ศรีอรุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 1597/2532ฎีกา 565/2520ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1826/2547ฎีกา 1331/2520ฎีกา 171/2547ฎีกา 3997/2526ฎีกา 1715/2545ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 102/2548ฎีกา 628/2493ฎีกา 680/2539ฎีกา 370/2542ฎีกา 8131/2548ฎีกา 10521/2554ฎีกา 2590/2524ฎีกา 1737/2525ฎีกา 7878/2538ฎีกา 9012/2543ฎีกา 166/2508ฎีกา 2651/2517ฎีกา 323/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา