⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2018/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพาบุคคลไปเสียจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ที่บุคคลนั้นอยู่ โดยใช้อุบายหลอกลวง หรือโดยใช้อำนานประทุษร้าย หรือโดยผู้ถูกพาไปไม่เต็มใจไปด้วย ถือเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือผู้ที่ถูกลักพาไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยชวนผู้เสียหายไปเที่ยวสวนลุมพินี ผู้เสียหายไม่ไป จำเลยจึงอ้างว่าจะพาผู้เสียหายไปส่งโรงเรียน แล้วจำเลยก็เรียกรถแท็กซี่มา ผู้เสียหายคิดว่าจำเลยจะพาไปส่งโรงเรียนจริง ๆ จึงยอมขึ้นรถแท็กซี่ไปกับจำเลย ขณะอยู่บนรถแท็กซี่ เมื่อผู้เสียหายรู้ว่ารถแท็กซี่ไม่ไปส่งโรงเรียน ผู้เสียหายได้ต่อว่าจำเลย ตอนจำเลยพาผู้เสียหายไปที่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายก็ขอร้องให้จำเลยพากลับบ้าน จำเลยว่ารอให้พี่ชายกลับมาก่อนไม่มีค่ารถแท็กซี่ แสดงว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายโดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปกับจำเลย จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 318

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.318

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพรากนางสาวนิสาชล แซ่ฉิ่น ผู้เยาว์อายุ ๑๗ ปีเศษไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยนางสาวนิสาชลไม่เต็มใจไปด้วย และจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงพานางสาวนิสาชลไปกระทำอนาจารกระทำชำเรา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๔, ๓๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๐, ๑๒ จำเลยให้การรับว่าได้พานางสาวนิสาชลไปโดยนางสาวนิสาชลเต็มใจไปด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๘ วรรคท้าย ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๒ เพิ่มโทษแล้วจำคุก ๔ ปี ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุจำเลยพาผู้เสียหายไปจากบิดามารดาผู้เสียหายจริง มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๘ หรือไม่ โจทก์มีนางสาวนิสาชล แซ่ฉิ่น ผู้เสียหายเป็นพยานสำคัญ ข้อเท็จจริงได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยชวนผู้เสียหายไปเที่ยวสวนลุมพินีผู้เสียหายไม่ไป จำเลยจึงอ้างว่าจะพาผู้เสียหายไปส่งที่โรงเรียน แล้วจำเลยก็เรียกรถแท็กซี่มา ผู้เสียหายคิดว่าจำเลยจะพาไปส่งโรงเรียนจริง ๆ จึงยอมขึ้นรถแท็กซี่ไปกับจำเลย แสดงว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงพาผู้เสียหายไป ขณะอยู่บนรถแท็กซี่ เมื่อผู้เสียหายรู้ว่ารถแท็กซี่ไม่ไปส่งโรงเรียน ได้ต่อว่าจำเลย ๆ บังคับให้คนขับขับไปเรื่อย ๆ ผู้เสียหายจึงไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากคนขับรถแท็กซี่ ตอนจำเลยพาผู้เสียหายไปที่บ้านแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าเป็นบ้านของพี่ชาย ผู้เสียหายก็ขอร้องให้จำเลยพากลับบ้าน จำเลยว่ารอให้พี่ชายกลับบ้านก่อน ไม่มีค่ารถแท็กซี่ แสดงว่าเป็นเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสิ้น การที่ผู้เสียหายมิได้ร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียงก็ดี และร่วมประเวณีกับจำเลยก็ดี น่าจะเป็นเรื่องจำยอมเพราะตกอยู่ในที่บังคับ พฤติการณ์ของผู้เสียหายเชื่อได้ว่าผู้เสียหายไม่เต็มใจไปกับจำเลย จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายไพรศรี อาจศิริ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายไพรศรี อาจศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · มาโนช จรมาศ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายทวี น้อมไสว · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 5165/2548ฎีกา 2375/2541ฎีกา 977/2514ฎีกา 3997/2526ฎีกา 119/2517ฎีกา 932/2555ฎีกา 264/2484ฎีกา 3095/2526ฎีกา 5844/2552ฎีกา 1062/2484ฎีกา 795/2478ฎีกา 4465/2530ฎีกา 582/2527ฎีกา 460/2488ฎีกา 3856/2546ฎีกา 196/2479ฎีกา 3279/2528ฎีกา 809/2466ฎีกา 122/2533ฎีกา 857/2466ฎีกา 421/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา