⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2261/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต้องบันทึกให้ชัดแจ้งว่ารับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ มิฉะนั้นศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

การรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นจะต้องบันทึกไว้ให้ชัดแจ้งว่ารับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 มิใช่เพียงแต่สั่งรับอุทธรณ์เท่านั้น มิฉะนั้นศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจยกอุทธรณ์โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.230 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยไม่มีกำหนดเวลาเช่า โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยออก จำเลยไม่ยอมออกทำให้โจทก์เสียหาย หากให้คนอื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ ๕๐๐ บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากตึกที่เช่า จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ใช่ผู้เช่า ไม่เคยชำระค่าเช่าให้โจทก์ และไม่เคยได้รับคำบอกกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องพิพาท จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องพิพาท และจำเลยไม่ใช่ผู้เช่า ค่าเสียหายของโจทก์ไม่เกินเดือนละ ๑๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ คำให้การของจำเลยมิใช่เป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ อันจะทำให้จำเลยมีสิทธิ์อุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย วินิจฉัยว่า ข้อฎีกาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นสั่งรับขึ้นมาสรุปความได้ว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ และสั่งส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ เท่ากับศาลชั้นต้นผู้พิจารณาคดีนี้ได้รับรองให้อุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์ และไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นจะต้องบันทึกไว้ให้ชัดแจ้งว่ารับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๐ มิใช่เพียงแต่สั่งรับอุทธรณ์ดังคดีนี้ และในกรณีเช่นนี้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกอุทธรณ์ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๒(๑) พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2519 นางบุญมี จำรูญจันทร์ โจทก์ ร้อยเอกสุริยะ โรจนะเกษม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญมี จำรูญจันทร์ · ล. - ร้อยเอกสุริยะ โรจนะเกษม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2076/2542ฎีกา 9867/2544ฎีกา 4782/2543ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1059/2494ฎีกา 6541/2544ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1575/2538ฎีกา 877/2478ฎีกา 59/2521ฎีกา 2006/2526ฎีกา 70/2518ฎีกา 2981/2545ฎีกา 7728/2540ฎีกา 765/2502ฎีกา 285/2514ฎีกา 1368/2514ฎีกา 2105/2540ฎีกา 1106/2541ฎีกา 1746/2511ฎีกา 2838/2539ฎีกา 710/2499ฎีกา 1369/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา