⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2367/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาให้แบ่งทรัพย์สินที่เจ้าของรวมมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ต้องดำเนินการแบ่งทรัพย์สินนั้นก่อน หากตกลงกันไม่ได้จึงให้ขายทอดตลาดและแบ่งเงินตามส่วน เจ้าของรวมคนหนึ่งจะเลือกใช้ค่าเสียหายแทนการแบ่งทรัพย์สินไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ให้กลับมาเป็นของโจทก์และจำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง ให้แบ่งที่ดินดังกล่าวให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 คนละเท่า ๆ กัน หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเอง หรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถจัดการให้เป็นไปตามข้อแรกได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย หรือค่าที่ดินให้โจทก์ 150,000 บาท ดังนี้ การบังคับคดีต้องเป็นไปตามลำดับที่ศาลได้พิพากษาไว้ คือต้องแบ่งที่ดินพิพาทกันระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของรวมเสียก่อน ถ้าการแบ่งตกลงกันไม่ได้ก็เอาที่ดินออกขายแบ่งเงินกันตามส่วน จำเลยที่ 1 จะไม่ยอมแบ่งที่ดินให้โจทก์โดยจะเลือกใช้ค่าเสียหายแทนหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ แล้วแบ่งที่ดินให้โจทก์กับจำเลยที่ ๑ คนละส่วน หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลกันเองหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน หากจำเลยทั้งสองไม่จัดการดังกล่าวก็ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายหรือค่าที่ดินแก่โจทก์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง ๒ โฉนดดังกล่าวกลับมาเป็นของโจทก์และจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง และให้แบ่งที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์และจำเลยที่ ๑ คนละเท่า ๆ กัน หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถจัดการให้เป็นไปตามข้อแรกได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายหรือค่าที่ดินให้โจทก์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท และให้ร่วมกันใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ คดีถึงที่สุดและศาลได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า สภาพไม่เปิดช่องให้แบ่งที่ดินแก่โจทก์และจำเลยที่ ๑ คนละเท่า ๆ กันได้ เพราะจำเลยที่ ๒ ได้ลงทุนในที่ดินไว้มาก ที่ดินจำนองไว้กับธนาคาร และมีสิ่งปลูกสร้างของจำเลยทั้งสองและบุคคลภายนอกจะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย จำเลยทั้งสองจึงขอร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความตามคำพิพากษาทั้งหมดแก่โจทก์ ขอให้งดการบังคับคดี ศาลชั้นต้นสั่งว่าถ้าจำเลยชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีแต่วันฟ้องถึงวันชำระเงินเสร็จให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ จำเลยจึงได้นำเงินมาชำระตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยให้โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งและให้จำเลยที่ ๒ รื้อถอนโรงสีออกไปจากที่ดิน ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ให้จำเลยเลือกปฏิบัติตามข้อ ๑ หรือข้อ ๒ ได้ จำเลยนำเงินมาชำระตามข้อ ๒ ถูกต้องแล้ว โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาอันดับหลัง โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยย่อมไม่ถูกต้องตามคำพิพากษา เพราะจำเลยทั้งสองมิได้อยู่ในฐานะเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๘ ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะให้ศาลอนุญาตให้จำเลยเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาอันดับหลัง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีเป็นลำดับขั้นตอนก่อนหลังตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การบังคับคดีต้องเป็นไปตามลำดับที่ศาลได้พิพากษาไว้ คือต้องแบ่งที่ดินพิพาทกันระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นเจ้าของรวมเสียก่อนถ้าการแบ่งไม่ตกลงกันได้ก็เอาที่ดินออกขายเอาเงินแบ่งกันตามส่วน จำเลยที่ ๑ จะไม่ยอมแบ่งที่ดินให้โจทก์โดยจะเลือกใช้ค่าเสียหายแทนหาได้ไม่ เพราะเหตุที่อ้างตามคำร้องและฎีกายังไม่พอให้ถือว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับตามคำพิพากษาในลำดับแรกได้ ทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีเหตุขัดข้องในการแบ่งหรือการขายด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2519 นายเง็กฮุย แซ่ปึง โจทก์ นายประกิต ศรวณียารักษ์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเง็กฮุย แซ่ปึง · ล. - นายประกิต ศรวณียารักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา